มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังฝึกฟังภาษาอังกฤษจากโทรศัพท์ของเธอผ่านหูฟังและไอคอนตลก ๆ ก็ลอยอยู่

จริงปะเนี่ย! ขั้นตอนฝึกฟังภาษาอังกฤษให้ก้าวกระโดด

  1. รู้มั้ยทำไมถึงฟังชาวต่างชาติพูดแล้วไม่รู้เรื่อง

ในการเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือทักษะการฟัง ผู้เรียนจะต้อง “เน้น” ไปที่ทักษะการฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษเป็นลำดับแรก นั่นหมายถึงเราจะต้องสามารถฟังบทสนทนาที่ใช้กันในชีวิตประจำวันก่อน ก่อนจะพัฒนาไปยังทักษะด้านการพูด การเขียนหรือการอ่านภาษาอังกฤษ

แต่ที่เห็นได้ชัดเลยว่าคนเรียนภาษอังกฤษหลายคนยังฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เหมือนฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา สาเหตุก็คือ สิ่งที่เราได้เรียนมาตั้งนานส่วนใหญ่เป็นการท่องจำไวยากรณ์ แต่การสนทนาสื่อสารมันเป็นสิ่งจำเป็นต้องรู้ก่อนต่างหาก เพราะเมื่อภาษาแปลงจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ การรวบคำให้กระชับ ประโยคแสลง และอีกสารพัดปัจจัยที่ทำให้การฟังยุ่งยาก แต่เรื่องแบบนี้สามารถฝึกฝนกันได้ด้วยเคล็ดลับดีๆ ต่อไปนี้เลย!

  1. สามอย่างที่จะทำให้เราฟังภาษาอังกฤษออกและฟังเข้าใจได้

 2.1. เนื่องจากภาษาอังกฤษมีสำเนียงที่หลากหลาย หูต้องชินกับสำเนียงที่ได้ยิน 

ถึงจะพอแยกออกว่าเป็นคำไหน ต้องฝึกฟังให้หลากหลายสำเนียงเพื่อให้ชิน เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาระดับสากลและมันมีความหลากหลายมาก ในแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศเขาก็ใช้ภาษาอังกฤษไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ภาษาอังกฤษสำเนียงอังกฤษ ภาษาอังกฤษสำเนียงออสเตรเลีย หรือว่าภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดีย ทุกสำเนียงที่กล่าวมานี้ต่างก็มีพื้นฐานเป็นภาษาอังกฤษ แต่ว่าในแต่ละประเทศเขาก็มีการใช้คำศัพท์หรือสแลงที่ไม่เหมือนกัน มันทำให้บางคนที่เป็นเจ้าของภาษาแต่ก็ฟังไม่ออกถ้าเจอสำเนียงที่แปลกๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมาก แต่อย่างไรก็ตามถ้าเราได้ฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่หลากหลาย เราก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่สามารถเข้าใจสิ่งที่คนอื่นเขาอยากสื่อสาร

กลุ่มกำลังเรียนภาษาอังกฤษ
ต้องฝึกฟังภาษาอังกฤษบ่อยๆ ถึงจะฟังรู้เรื่อง

2. 2. ต้องทำความคุ้นเคยกับความเร็วที่เจ้าของภาษาเขาพูดด้วย 

      บทเรียนทั่วไปที่เราเรียนกันมักพูดแบบช้าๆ เพื่อให้ฟังชัดเจน แต่การพูดในชีวิตจริงชาวต่างชาติมักจะพูดเร็วกว่านั้น ถ้าเราไม่เคยชินกับการฟังคนพูดเร็วๆ เราก็จะจับใจความไม่ทัน  เพราะงั้นต้องฝึกฟังคนพูดเร็วให้บ่อยๆด้วย การฝึกมากก็จะทำให้มีประสบการณ์มากมีความพร้อมมาก

2.3. ต้องรู้จักคำศัพท์และวลีต่างๆที่อยู่ในประโยคด้วย 

       เวลาที่เราฝึกฟังภาษาอังกฤษ ถ้าในประโยคมีแต่คำศัพท์ที่ไม่รู้จักเต็มไปหมด แบบนี้ฟังให้ตายก็ไม่เข้าใจครับ เพราะงั้นต้องหมั่นสะสมคำศัพท์ให้สมองตัวเองบ่อยๆ ต้องอ่านหรือฝึกแปลบ่อยๆ ทำทุกวันได้จะดีที่สุด หลายคนอาจจะสงสัยต้องมีคลังคำศัพท์มากแค่ไหนถึงจะฟังชาวต่างชาติพูดให้รู้เรื่อง ที่จริงแล้วมันก็ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรู้ความหมายของคำศัพท์ทั้งหมด ที่สำคัญคือเราจะต้องจับได้และเข้าใจได้คำที่เป็น “ key word” ของประโยคที่ชาวต่างชาติเขาพูดเพื่อจะได้เดาความหมายที่เขาอยากสื่อสาร ดังนั้นคำศัพท์เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องการมากๆ เพื่อเราจะมีพื้นฐานในการฝึกทักษะการฟัง

      หลายคนก็ยังสงสัยว่า เขาก็ไม่ใช่คนขี้เกียจ เปิดหนังภาษาอังกฤษมาฟังเรื่อยๆ หรือว่าฟังเพลงดูวิดีโอภาษาอังกฤษในโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่ฟังไปฟังมาก็ไม่เห็นตัวเองจะพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษได้ นั้นก็คือ คุณอาจจะยังไม่มีเทคนิคฝึกฟังภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง จึงยังไม่เห็นผล

X วิธีช่วยให้คุณจดจำ คําศัพท์ภาษาอังกฤษแบบกล้วย ๆ

  1. ต้องฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เห็นผลได้จริง

      จากอุปสรรคในการฝึกฟังภาษาอังกฤษต่างๆ ที่ สถาบันเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง X3 English ได้ลิสต์มาทั้งหมดนั้นขอบอกเลยว่า ทักษะการฟังภาษาอังกฤษต้องฝึกฝนบ่อยๆ เพราะมันจะไม่เห็นผลภายในแค่วันเดียว แต่ไม่ต้องกังวลหรอกนะ เพราะเราเชื่อเลยว่า เทคนิคที่ X3 Englishจะแนะนำให้คุณดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาในการฝึกทักษะการฟังทั้งหมด นั้นก็คือ เทคนิคการฟังเชิงลึก

      หลักการที่สำคัญสำหรับเทคนิคฝึกฟังเชิงลึกคือการจับใจความ เพราะเทคนิคนี้เน้นการฟังเข้าใจสิ่งที่คนพูดเขาอยากสื่อสาร แทนที่จะฟังเฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ เราต้องตั้งใจฟังอย่างกระตือรือร้น ไม่ได้ฟังเพื่อจับแค่คำบางคำประโยคการสนทนา แต่ต้องฟังเพื่อเข้าใจความหมายเนื้อหาโดยรวมของการสื่อสาร

      สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษและเริ่มฝึกฟังภาษาอังกฤษ เทคนิคนี้จะเป็นเทคนิคที่ช่วยทำลายทุกอุปสรรคด่านแรกๆ และผ่านพ้นกำแพงที่ขัดขวางในการเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น และทำให้คนเรียนมีพื้นฐานที่ดีสำหรับการเรียนในขั้นตอนต่อไป 

สามขั้นตอนในการฝึกฟังภาษาอังกฤษมีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: จับประเด็นหลักๆ ให้ได้ก็พอ  ไม่ต้องเข้าใจศัพท์ทุกคำ

สำหรับขั้นตอนแรกในเทคนิคฝึกฟังเชิงลึก คือ เราต้องฟังเพื่อจับใจความสำคัญของบทฟังก่อน พยายามฟัง 2-3 รอบโดยไม่ต้องมีการพักระหว่างฟัง ขอบอกว่า หลายคนฝึกฟังอย่างผิดวิธีทำให้ไม่ได้ผล คือ ฟังแค่เที่ยวเดียว พอไม่เข้าใจทุกคำก็ท้อ และเลิกฟัง วิธีฝึกฟังที่ถูกต้อง คือ ฟังด้วยใจที่ผ่อนคลาย และให้รู้ว่าเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่งที่ฟังครั้งแรกจะเข้าใจได้จำกัด พอเราฝึกฟังรอบที่สองที่สามแล้วแล้วจะเริ่มรู้ว่าสิ่งที่เขากำลังพูดหมายถึงอะไร เราสามารถเลือกบทฟังที่พูดช้าๆ ก่อน อาจะเป็นเรื่องเล่าสั้นๆ หรือว่าเป็นบทสนทนาก็ได้ โดยไม่ต้องมีความยาวมาก พอประมาณ 1-2 นาทีก็ได้แล้ว

ขั้นตอนที่ 2:  พยายามจับรายละเอียดให้ได้มากขึ้น แต่ถ้าเข้าใจไม่ได้ทุกคำก็ไม่เป็นไร

ในขั้นตอนที่สองเราเริ่มต้องสนใจถึงรายละเอียดของบทฟังมากขึ้น ระหว่างการฟังสามารถจดบันทึกสิ่งที่เราฟังออก ถ้าคำไหนที่ยังพลาดก็ไม่ต้องเป็นห่วงปล่อยให้มันพลาดไปเลย สำหรับขั้นตอนนี้ควรฟังแบบช้าๆ ฟังซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบเพื่อจับคำศัพท์หรือวลีให้มากที่สุด 

ขั้นตอนที่ 3: ฟังพร้อมกับอ่าน text ตอนนี้ให้ฟังแบบใส่ใจศัพท์เป็นคำๆ

มาถึงขั้นตอนที่สาม เราควรฟังในความเร็วปกติ พร้อมกับอ่านซับเพื่อให้นักเรียนได้ซึมซับกับสำเนียงวิธีการพูด วิธีการออกเสียง การลงน้ำหนักเสียงสูงต่ำ เมื่อฝึกไปได้สักระยะ จากนั้นให้เพิ่มความเร็วขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกจับใจความจากการฟังว่าเจ้าของภาษากำลังพูดถึงอะไร แล้วลองเทียบกับสคริปท์ของบทความว่าสิ่งที่เราได้ฟังและจับใจความนั้นมันถูกต้องตรงกันกับบทความหรือไม่

ระหว่างการฝึกฟังนั้นถ้าเราเจอคำไหนที่ไม่รู้ก็ควรเปิดพจนานุกรมทันที ไม่เพียงแค่ดูความหมายของคำศัพท์เท่านั้น แต่ยังต้องดูว่ามันออกเสียงยังไงบ้าง และจะเน้นเสียงสูงต่ำในพยางค์ไหน มันก็ไม่ต่างอะไรถ้าเราเจอวลีไหนที่ไม่เข้าใจก็เปิดพจนานุกรมหรือค้นหาในกูเกิลก็ได้ เพิ่มความรู้ให้ตัวเองอยู่เป็นประจำ และฝึกให้มันเป็นนิสัยเลย สะสมทุกวันพอนานไปก็จะเยอะเอง เมื่อรู้เยอะก็มีโอกาสที่จะฟังอะไรได้เข้าใจมากขึ้น

การฝึกฟังแบบนี้ คือจับประเด็นทั่วไปลงไปถึงรายละเอียดเฉพาะ เป็นวิธีฝึกฟังที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สาวสองคนกำลังพูดภาษาอังกฤษผ่านโทรศัพท์ของเล่น
เริ่มฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยบทฟังที่พูดช้าๆ

หมายเหตุ เพื่อทำให้การฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษไม่น่าเบื่อ:

  • ควรเริ่มจากการฟังอะไรที่ง่ายๆ จะได้มีกำลังใจไม่ท้อตั้งแต่แรก ทั้งนี้รวมทั้งที่เป็น ฟัวความเร็วช้าๆ เพราะในระยะแรกเราอาจจะไม่คุ้นเคยกับที่เป็นความเร็วปกติ ซึ่งการฝึกฟังช้า ๆ จะทำไรเราชินกับสำเนียง และสำนวนพูด’
  •  ฟังเรื่องที่เราถูกใจ เพราะจะนำไปสู่ความสุขใจ ใส่ใจ และเข้าใจ มากกว่าฟังเรื่องที่เราไม่ค่อยสนใจหรือต้องทนฟัง
  • ให้ฝึกฟังเรื่องที่จบภายในเวลาสั้น ๆ ในระยะเริ่มต้น ถ้าฝึกฟังเรื่องที่ยาวเกินไปจะทำให้สมองล้ารับไม่ไหว
  1. ช่องทางที่ช่วยฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยตัวเองให้ได้ผลประสิทธิภาพ

หากใครอยากฝึกฟังภาษาอังกฤษอย่างเห็นผลรวดเร็ว ต้องตั้งใจพยายามอย่างมาก ลองหาเวลาว่างให้กับตัวเองเพียง 1 ชั่วโมงเข้ามาเลือกเรียนรู้ภาษาอังกฤษกับช่องทางนี้บ้าง

      4.1. ฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วย VOA.com

ถ้าใครเรียนภาษาอังกฤษอาจจะคุ้นเคยกับเว็บไซต์นี้ VOA ย่อมาจาก Voice of America ถ้าใครอยากฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันตรงรี่ไปที่เว็บนี้ได้เลย คลิปของ VOA มีหลากหลาย ตั้งแต่ข่าวทั่วๆ ไป รายการดนตรี รายการวัฒนธรรม ฯลฯ ช่วงเทศกาลต่างๆ ก็จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบริบททางสังคมด้วย สามารถเลือกฟังและชมคลิปได้ตามความสนใจ ซึ่งเวลาจดจ่อกับสิ่งที่สนใจเนี่ยก็จะทำให้เรามีความกระตือรือร้นอยากจะเรียนรู้มากขึ้นค่ะ เว็บนี้เหมาะมากสำหรับคนยังพื้นฐานไม่ค่อยแน่น เพราะแต่ละคลิปจะพูดช้าเป็นพิเศษและใช้คำศัพท์พื้นฐานที่ไม่ยากจนเกินไป ไม่เหมือนพวกเว็บข่าวต่างประเทศที่มักใช้ศัพท์เฉพาะทางเยอะ นอกจากนี้ยังสามารถโหลดไฟล์เสียงมาเก็บไว้ฝึกฟังบ่อยๆ หรือจะโหลดแอพพลิเคชั่น VOA มาติดสมาร์ทโฟนไว้ก็ได้

    4.2. ฝึกฟังภาษาอังกฤษและเพิ่มเติมความรู้ด้วย TED Talk

TED.com เว็บไซต์ดังระดับโลกที่รวบรวมคลิปบรรยายของผู้มีชื่อเสียงเอาไว้มากมาย แต่ละคลิปจะมีซับไตเติ้ลให้ด้วยค่ะ สำหรับคนที่เทิร์นโปรแล้วแต่อยากฝึกทักษะการฟังเพิ่ม จะฟังแบบไม่ดูซับไตเติ้ลเลยก็ได้ แต่ถ้าฟังไม่ออกบางคำก็สามารถดูซ้ำอีกรอบโดยเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษตามไปด้วย ความพิเศษสุดๆ คือบางคลิปมีทั้งซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษและภาษาไทย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่เริ่มหัดภาษาด้วยตัวเอง ซึ่งขอแนะนำว่ารอบแรกควรเปิดแค่ซับอังกฤษไปก่อนนะคะ ดูว่าเราจับใจความได้มากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยเปิดซับไทยเพื่อเช็คความถูกต้อง

4.3 เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองกับ Eng Breaking

โดย Eng Breaking เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ด้วยตัวเองในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน หลักสูตรเรียนของ Eng Breaking จะเน้นการเรียนที่มีประโยชน์และสามารถใช้ได้ในชีวิตจริง ดังนั้นบทเรียนจะถูกแบ่งเป็น 36 หัวข้อตามเนื้อหาที่น่าสนใจใช้ได้ในชีวิตประจำวัน Eng Breaking ได้นำมาให้ผู้เรียนถึง 3 เทคนิคพิเศษเพื่อทำลายทุกความกลัวในการสื่อสารภาษาอังกฤษนั้นก็คือ เทคนิคการฟังเชิงลึก เทคนิคการพูดตามสนทนาให้ทัน และเทคนิคการตอบโต้อย่างรวดเร็ว 

ชุดหนังสือเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง Eng Breaking อยู่บนโต๊ะ
Eng Breaking เป็นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่กำลังได้รับความสนใจ

เนื่องจากเป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง Eng Breaking จึงเป็นลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษที่เหมาะสมมากสำหรับนักศึกษาและคนงานยุ่งที่อยากเรียนภาษาอังกฤษได้ผลจริง ไม่เพียงแค่ได้ฝึกทักษะการสื่อสาร การฟังการพูดภาษาอังกฤษ แต่ยังสร้างพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษในระดับต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *