ตัวอักษรภาษาอังกฤษ:สำหรับผู้เรียนมือใหม่

ตัวอักษรภาษาอังกฤษ:สำหรับผู้เรียนมือใหม่

คุณเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาในการออกเสียงภาษาอังกฤษหรือไม่ ? ไม่ว่าจะเป็น ออกเสียงไม่ชัด? จำศัพท์ไม่ได้? ฟังไม่เข้าใจ? ไม่รู้จะเริ่มแก้ไขปัญหานี้อย่างไร? อยากเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร? ในบทความนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้คุณสามารถออกเสียงภาษาอังกฤษและมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นกว่าเดิม และในบทความนี้เราจะปูพื้นฐานในการเริ่มต้นการฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษให้กับคุณ นั่นก็คือ “ตารางตัวอักษรภาษาอังกฤษ

ตารางตัวอักษรภาษาอังกฤษที่มาพร้อมกับวิธีการออกเสียง จะช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่คุณแปลศัพท์จะพบว่าวิธีออกเสียงในแต่ละคำจะขึ้นอยู่กับการออกเสียงของแต่ละตัวอักษรนั้น ๆ ด้วย ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำความเข้าใจในตัวอักษรนั้น ๆ ในภาษาอังกฤษ และสิ่งที่มาคู่กับการออกเสียงภาษาอังกฤษนั้นก็คือตัวอักษรและการสะกดภาษาอังกฤษ

ตัวอักษรและการสะกดภาษาอังกฤษคือก้าวแรกของขั้นพื้นฐานในการเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ หากคุณเข้าใจในเรื่องการสะกดแล้วนั้น เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ว่าอยากจะพูดภาษาอังกฤษสำเนียงเหมือนชาวต่างชาติก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ หากคุณเคยลองที่จะพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้วแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จตามที่หวังไว้ บทความนี้จะช่วยคุณให้บรรลุเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้

การสะกดภาษาอังกฤษก่อนที่จะไปทำความเข้าใจวิธีการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เราจะมาทำความรู้จักกับวิธีการสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษกันก่อน ทักษะการสะกดภาษาอังกฤษคือหนึ่งในทักษะที่สำคัญเพื่อที่จะไขรหัสหรือถอดรหัสในการฟังคำแต่ละคำ ถ้าหากคุณขาดทักษะนี้ไป (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเด็ก ๆ และผู้เพิ่งทำความรู้จักกับภาษาอังกฤษ) ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเรียนรู้การอ่านศัพท์ใหม่ ๆ ได้ด้านล่างนี้คือตารางตัวอักษรภาษาอังกฤษที่มาพร้อมกับการอ่านตัวสะกดในแต่ละตัวอักษรที่จะช่วยให้คุณอ่านได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณรู้จักและเข้าใจวิธีการสะกดภาษาอังกฤษแล้วจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างยิ่งที่สำคัญคือคุณจะสามารถจดจำและฝึกสะกดรวมถึงฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างสม่ำเสมอ

สังเกต: ตัว “Z” สามารถอ่านได้ 2 วิธี ได้แก่

·       ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน : /zi:/ (ซี)

·       ภาษาอังกฤษสำเนียงบริติช : /zed/ (แซ้ด)

หากคุณยังไม่สามารถอ่านตัวสะกดเหล่านี้ได้ เราก็มีวิธีง่าย ๆ เป็นวิธีที่ถูกต้องและเป็นสากลมาแนะนำให้คุณดังต่อไปนี้

วิธีอ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษ

ตัวอักษรภาษาอังกฤษมาจากตัวอักษรละติน (Latin) ที่ต้องมีการผสมตัวอักษรกันเพื่อที่จะสร้างเป็นคำคำหนึ่ง การอ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษก็คล้าย ๆ กับภาษาไทย แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้างในบางตัวอักษร สิ่งสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ นั่นก็คือการรู้จัก “IPA”  หรือ สัทอักษรสากล  โดยในชุดสัทอักษรสากล ส่วนใหญ่ของสัญลักษณ์แทนหน่วยเสียงพยัญชนะที่มีรูปร่างเหมือนกับพยัญชนะในอักษรละติน

“IPA” คืออะไร? IPA คือคำย่อของ International Phonetic Alphabet  (สัทอักษรสากล) คือ สัทอักษรชุดหนึ่งที่พัฒนาโดยสมาคมสัทศาสตร์สากล โดยมุ่งหมายให้เป็นสัญกรณ์มาตรฐานสำหรับการแทนเสียงพูดในทุกภาษา นักภาษาศาสตร์ใช้สัทอักษรสากลเพื่อแทนหน่วยเสียงต่าง ๆ ที่อวัยวะออกเสียงของมนุษย์สามารถเปล่งเสียงได้ โดยแทนหน่วยเสียงแต่ละหน่วยเสียงด้วยสัญลักษณ์เฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน สัญลักษณ์ในสัทอักษรสากลนั้นส่วนใหญ่นำมาจากหรือดัดแปลงจากอักษรโรมัน สัญลักษณ์บางตัวนำมาจากอักษรกรีก และบางตัวประดิษฐ์ขึ้นใหม่โดยไม่สัมพันธ์กับอักษรภาษาใดเลย

คุณเห็นหรือไม่ว่าข้าง ๆ ตัวอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัวมักจะมีเขียนวิธีการออกเสียงไว้ข้าง ๆ คนที่เรียนภาษาอังกฤษหลายคนมักจะอ่านคำศัพท์หรือออกเสียงตามการท่องจำมาและนั่นเป็นเหตุที่ทำให้เกิดความผิดพลาดเมื่อต้องการอ่านคำศัพท์ที่ไม่ค่อยได้พบหรือไม่เคยพบมาก่อน เป็นเพราะเขาไม่ได้ทำความเข้าใจกฎและวิธีการอ่านภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและชัดเจนแบบนี้ หรืออาจจะกล่าวง่าย ๆ ได้ว่า สัทอักษรจะช่วยอัพเกรดสำเนียงภาษาอังกฤษของคุณ

หากคุณเข้าใจวิธีการอ่านอย่างชัดเจนเช่นนี้แล้ว คุณจะสามารถอ่านคำศัพท์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ นอกจากนั้นจะสามารถแยกแยะคำศัพท์ที่มีการออกเสียงคล้าย ๆ กัน ตัวอย่างเช่น : ship และ sheep, bad และ bed… การออกเสียงของหน่วยเสียงสระและหน่วยเสียงพยัญชนะต้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ตาราง ดังต่อไปนี้

ตัวอักษรภาษาอังกฤษ – ตารางหน่วยเสียงสระ

IPAคำอธิบายริมฝีปากฐานกรณ์ระดับลมหายใจ
/ i /ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อิ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้าสั้น
/i:/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อี” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้ายาว
/ ʊ /ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อุ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนหลังสั้น
/u:/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อู” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนหลังยาว
/ e /ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เอะ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้ายาว
/ ə /ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เออะ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากกึ่งรีลิ้นส่วนกลางสั้น
/ɜ:/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เออ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากกึ่งรีลิ้นส่วนกลางยาว
/ ɒ /ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เอาะ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนกลางสั้น
/ɔ:/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “ออ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนหลังยาว
/æ/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “แอะ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้ายาว
/ ʌ /ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อะ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากกึ่งรีลิ้นส่วนกลางสั้น
/ɑ:/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อา” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากกึ่งรีลิ้นส่วนกลางยาว
/ɪə/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เอีย” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้ายาว
/ʊə/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อิว” หรือ “อัวะ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนกลางยาว
/eə/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “แอ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้ายาว
/eɪ/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เอ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหน้ายาว
/ɔɪ/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “ออย” หรือ “ออ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนหลังยาว
/aɪ/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “ไอ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากรีลิ้นส่วนหลังยาว
/əʊ/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “โอ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนหลังยาว
/aʊ/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “เอา, อาว” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากห่อลิ้นส่วนหน้ายาว
/I/ออกเสียงเทียบเท่ากับ “อี” และ “อิ” ในภาษาไทยรูปริมฝีปากกึ่งรีลิ้นส่วนหน้าไม่สั้นไม่ยาว

หน่วยเสียงสระที่รูปริมฝีปากห่อ ได้แก่   / ʊ / , /u:/ , / ɒ / , /ɔ:/ , /ʊə/ , /ɔɪ/ , /əʊ/ , /aʊ/

หน่วยเสียงสระที่รูปริมฝีปากรี ได้แก่ / i / , /i:/ ,  / e / , /æ/ , /ɪə/ , /eə/ , /eɪ/ , /aɪ/

หน่วยเสียงสระที่รูปริมฝีปากกึ่งรี ได้แก่  / ə / , /ɜ:/ , / ʌ / , /ɑ:/

·       ฐานกรณ์ที่ใช้ออกเสียงส่วนใหญ่คือ ลิ้น

·       ระดับของลมหายใจมีทั้งสั้นและยาว

ตัวอักษรภาษาอังกฤษ – หน่วยเสียงพยัญชนะต้น

IPAเทียบเท่าหน่วยเสียงพยัญชนะในภาษาไทยคำอธิบายฐานกรณ์
/p-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ไม่ก้อง ไม่มีลมริมฝีปาก
/t-/ต, ฏเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ไม่ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/k-/ค,ฆ,ขเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ไม่ก้อง ไม่มีลมเพดานอ่อน
/d/ด, ฎเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/g-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ไม่ก้อง ไม่มีลมเพดานอ่อน
/ch-/ช,ฌเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงกักเสียดแทรก ไม่ก้อง มีลมปุ่มเหงือก-เพดานแข็ง
/ dʒ -/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงกักเสียดแทรก ไม่ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก-เพดานแข็ง
/f-/ฟ, ฝเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงเสียดแทรก ไม่ก้อง ไม่มีลมริมฝีปาก-ฟัน
/ θ -/ท,ธ,ฒ,ถ,ฐเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ไม่ก้อง ไม่ลมปุ่มเหงือก
/s-/ส,ศ,ษเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงเสียดแทรก ไม่ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/ʃ-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงเสียดแทรก ไม่ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/z-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงเสียดแทรก ไม่ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/ʒ-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงกักเสียดแทรก ไม่ก้อง มีลมปุ่มเหงือก-เพดานแข็ง
/h-/ฮ,หเป็นหน่วยพยัญชนะเสียงเสียดแทรก ไม่ก้อง ไม่มีลมคอหอย
/m-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงนาสิก ก้อง ไม่มีลมริมฝีปาก
/n-/น, ณเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงนาสิก ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/ŋ-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงนาสิก ก้อง ไม่มีลมเพดานอ่อน
/l-/ล,ฬเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงข้างลิ้น ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/r-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงรัว ก้อง ไม่มีลมปุ่มเหงือก
/j-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงกึ่งสระ ก้อง ไม่มีลมเพดานแข็ง
/w-/เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงกึ่งสระ ก้อง  ไม่มีลมริมฝีปาก

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงระเบิด ได้แก่  /p-/, /t-/, /k-/, /d-/, /g-/ , / θ -/

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงกักเสียดแทรก ได้แก่  /ch-/ , / dʒ -/,  /f-/ , /ʒ-/

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงเสียดแทรก ได้แก่  /f-/ , /s-/ , /ʃ-/ , /z-/ , /h-/

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงนาสิก  ได้แก่  /m-/ , /n-/ , /ŋ-/

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงข้างลิ้น ได้แก่  /l-/

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะเสียงรัว  ได้แก่  /r-/

หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะกึ่งสระ ได้แก่ /j-/ , /w-/ 

  • ฐานกรณ์ที่ใช้ในการออกเสียงมีทั้งริมฝีปาก เพดานอ่อน เพดานแข็ง ปุ่มเหงือก และคอหอย

บทสรุป

การที่เราจะสร้างบ้านเราต้องีโครงสร้างที่แข็งแรงและมั่นคงก็เปรียบเสมือนกับการเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษก็ต้องมีโครงสร้างและต้องมีการวางรากฐานให้มั่นคงและแม่นยำซึ่งหากเราเข้าใจกฎและเคล็ดลับภาษาอังกฤษเหล่านี้จะช่วยให้เราออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและชัดเจนแล้วยังช่วยให้เราเขียนได้ถูกต้องอีกด้วย แม้แต่คำศัพท์คำใดที่ยังไม่รู้ หากเรามั่นใจและแม่นยำในทักษะนี้จะช่วยให้เราฟังชาวต่างชาติออกเสียงได้ดีขึ้นและยังช่วยให้เราสามารถเขียนคำศัพท์นั้น ๆ ได้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น ทักษะที่สำคัญและเป็นบันไดขั้นแรกของการเรียนภาษาอังกฤษนั่นก็คือทักษะการฟังและทักษะการพูด หากเราชำนาญทักษะการฟังและทักษะการพูดแล้วจะนำไปสู่ทักษะอีกสองทักษะได้ นั่นก็คือทักษะการอ่านและทักษะการเขียน กล่าวคือสัทอักษรที่เรานำมาฝากนี้จะช่วยอัพเกรดสำเนียงและการพูดภาษาอังกฤษของคุณให้ดีขึ้น และช่วยให้คุณมั่นใจในการพูดมากขึ้น ภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไปที่เราจะเรียนรู้ หากเรามีความตั้งใจจริง อีกสิ่งสุดท้ายที่สำคัญ คือ ขยันฝึกฝนและเรียนภาษาอังกฤษทุก ๆ วัน จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จและช่วยให้คุณชำนาญในการสื่อสารภาษาอังกฤษและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น และที่สำคัญหากคุณมีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษดี ๆ สักคอร์สก็จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น เพราะคุณจะมีผู้แนะแนวทาง ปูพื้นฐานและคอยช่วยเหลือคุณในการเรียนภาษาอังกฤษ อย่ากลัวที่จะเริ่มเรียนเพราะการเรียนไม่มีขีดจำกัดทางด้านอายุ เพศหรือวัยหากคุณตั้งใจจริงทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่คุณปรารถนา เราเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการเรียนภาษาอังกฤษค่ะ

ขอให้ทุกคนโชคดีและประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษ!

ป.ล บทความนี้จะช่วยชี้แนวทางและช่วยอธิบายเคล็ดลับให้กับคุณในการเรียนรู้และทำความเข้าใจวิธีการในการอ่านและการออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องที่สุดโดยที่เราไม่ต้องเปลืองแรง ถ้าคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ฝากกด Like และ กดShare ให้คนอื่น ๆ ได้อ่าน หากมีปัญหาหรือสงสัยอะไรสามารถทิ้งข้อความหรือคอมเมนท์ไว้ที่ข้างล่างบทความนี้ได้ ในบทความนี้เราก็อยากจะแนะนำวิธีการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้ผลและดีที่สุดให้กับคุณร่วมกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนจะช่วยให้สำเนียงภาษาอังกฤษได้เหมือนกับชาวต่างชาติ

ถ้าคุณยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับวิธีการออกเสียงภาษาอังกฎษของตัวเอง ตัองไม่พลาดกับวิดีโอนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *