ตัวเลขภาษาอังกฤษกำลังเต้นอย่างน่ารัก

ตัวเลขภาษาอังกฤษกับวิธีการใช้งานทุกรูปแบบ

ตัวเลขภาษาอังกฤษมีหลายวิธีในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องใช้งานในกรณีไหน จะเป็นการใช้ตัวเลขเพื่อบอกจำนวน การบอกลำดับ หรือการอ่านเปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แต่ละรูปแบบจะมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป แล้วจะใช้แบบไหน เรารวบรวมมาไว้ให้แล้วในบทความนี้

การอ่าน 0

เริ่มจากการอ่านเลข “0” ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวเลขที่สร้างความสับสนบ่อยมาก เพราะมีการใช้เลขศูนย์ดังกล่าวได้ในหลายกรณี วันนี้ X3english จะแนะนำให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับวิธีการอ่าน 0 แบบอเมริกันดังต่อไปนี้

การอ่าน 0ใช้ในกรณี
Zeroความหมายคือ ศูนย์ (ในภาษาพูดและสำหรับอุณหภูมิ)
nilศูนย์ (ใช้บ่อยเมื่อคุยเรื่องเกี่ยวกับคะแนนกีฬา)
noughtศูนย์ (ที่หมายถึงตัวเลข 0)
Oศูนย์ (จะใช้ในภาษาพูด และมีการออกเสียงเหมือนตัวอักษรภาษาอังกฤษ “O” โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น)

ตัวอย่างเช่น

  • Manchester United three, Manchester City nil (3-0) : ในการเล่นฟุตบอลถ้าอยากแจ้งเกี่ยวกับคะแนนเราสามารถใช้ nil เหมือนตัวอย่างในกรณีนี้ คนอ่านหรือคนฟังจะเข้าใจเลยว่าทีม Manchester United ชนะด้วยสามคะแนน และ Manchester City คะแนนเป็นศูนย์ 
  • Temperatures rarely rise above zero in winter. : ในประโยคนี้เราพูดเกี่ยวกับ อุณหภูมิ เลยควรใช้ Zero  หรือในประโยคอื่นๆ เช่น เมื่อเราอยากจะบอกว่า อุณหภูมิลดลงต่ำกว่าศูนย์ เราสามารถตั้งประโยคแบบนี้ได้ “The temperature has fallen below zero.”
  • ยกตัวอย่างกับคำว่า noughts  ที่หมายถึงตัวเลข 0 ในประโยคดังนี้ He’s got several noughts on the end of his salary.
เรียนตัวเลขภาษาอังกฤษกับ X3english
X3english แนะนำวิธีการใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษ
ตัวเลขการบอกจำนวน/ Cardinal numbersภาษาไทย
1oneหนึ่ง
2twoสอง
3threeสาม
4fourสี่
5fiveห้า
6sixหก
7sevenเจ็ด
8eightแป็ด
9nineเก้า
10tenสิบ
11elevenสิบเอ็ด
12twelveสิบสอง
13thirteenสิบสาม
14fourteenสิบสี่
15fifteenสิบห้า
16sixteenสิบหก
17seventeenสิบเจ็ด
18eighteenสิบแปด
19nineteenสิบเก้า
20twentyยี่สิบ
21twenty-oneยี่สิบเอ็ด
22twenty-twoยี่สิบสอง
23twenty-threeยี่สิบสาม
24twenty-fourยี่สิบสี่
25twenty-fiveยี่สิบห้า
26twenty-sixยี่สิบหก
27twenty-sevenยี่สิบเจ็ด
28twenty-eightยี่สิบแปด
29twenty-nineยี่สิบเก้า
30thirtyสามสิบ
31thirty-oneสามสิบเอ็ด
40fortyสี่สิบ
50fiftyห้าสิบ
60sixtyหกสิบ
70seventyหกสิบ
80eightyแปดสิบ
90ninetyเก้า​สิบ
100one hundredหนึ่ง​ร้อย
500five hundredห้า​ร้อย
1000one thousandหนึ่ง​พัน
1,500one thousand five hundred, or fifteen hundred
หนึ่งพันห้าร้อย
100,000one hundred thousandหนึ่งแสน
1000,000one millionหนึ่งล้าน

ตัวอย่างการใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษสำหรับการบอกจำนวน

  • ถ้าคุณอยากจะบอกว่า ในห้องเรียนมี 20 คน พูดเป็นภาษาอังกฤษคือ There are twenty people in the classrom.
  • คุณสามารถใช้ตัวเลขบอกลำดับในกรณีแบบนี้  He went to Thailand for the fourth times this year. แปลว่า เขาเคยมาเที่ยที่ไทยสี่ครั้งในปีนี้
การเรียกชื่อตัวเลขหลักสิบหน่วยอื่น ๆ
ภาษาไทยภาษาอังกฤษ
สามสิบthirty
สามสิบเอ็ดthirty-one
สี่สิบForty
ห้าสิบfifty
หกสิบSixty
เจ็ดสิบseventy
แปดสิบeighty
เก้าสิบninety
หนึ่งร้อยone hundred
  • สำหรับสามสิบเอ็ด  คือ thirty-one ต่อไปคือ สามสิบสอง thirty-two ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึง สี่สิบ ใช้คำว่า Forty
  • สำหรับเลขหลักร้อย ให้เพื่อน ๆ ดูตัวอย่างดังต่อไปนี้ 101 หรือ one hundred one แปลเป็นไทยว่า ร้อยเอ็ด 102 หรือ one hundred two แปลเป็นหนึ่งร้อยสอง
  • ถ้าอยากจะบอกตัวเลบยาวๆ เช่น สี่ร้อยหกสิบสอง  หรือ 462 จะบอกว่า four hundred sixty-two 
  • สำหรับตัวเลขที่มีสี่ตัวขึ้นไป เราจะอ่านเรียงตัวเลขและเรียงหลักหน้าลูกน้ำกันไป เช่น หนึ่งพันสี่ร้อยสี่สิบสาม หรือ 1,443 เราจะอ่านเป็นสองแบบเช่น One thousand four hundred forty-three หรือ 1 and 443 ได้ทั้งสองอย่าง ยกตัวอย่างกับเลขอื่นเช่น เจ็ดแสนสามหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยยี่สิบสาม หรือ 737,423 จะบอกว่า Seven hundred thirty-seven thousand four hundred twenty-three หรือ 737 and 423 ได้ทั้งสองอย่าง
เรียนตัวเลขภาษาอังกฤษจะไม่ยากอย่างที่คิด
ตัวเลขภาษาอังกฤษเป็นสี่งที่จำเป็นต้องเรียนเพราะมักจะใช้บ่อย

ตัวเลขภาษาอังกฤษสำหรับการบอกลำดับ/ Ordinal numbers

การบอกลำดับ/
Ordinal numbers
วิธีการเขียนภาษาอังกฤษภาษาไทย
The first1stที่หนึ่ง
The second2ndที่สอง
The third3rdที่สาม
The fourth4thที่สี่
The fifth5thที่ห้า
The sixth6thที่หก
The seventh7thที่เจ็ด
The eighth8thที่แปด
The ninth9thที่เก้า
The tenth10thที่สิบ
The eleventh11thที่สิบเอ็ด
The twelfth12thที่สิบสอง
The thirteenth13thที่สิบสาม
The fourteenth14thที่สิบสี่
The fifteenth15thที่สิบห้า
The sixteenth16thที่สิบหก
The seventeenth17thที่สิบเจ็ด
The eighteenth18thที่สิบแปด
The nineteenth19thที่สิบเก้า
The twentieth20thที่ยี่สิบ
The twenty-first21stที่ยี่สิบเอ็ด
The twenty-second22ndที่ยี่สิบสอง
The twenty-third23rdที่ยี่สิบสาม
The thirtieth30thที่สามสิบ
The fortieth40thที่สี่สิบ
The fiftieth50thที่ห้าสิบ
The sixtieth60thที่หกสิบ
The seventieth70thที่เจ็ดสิบ
The eightieth80thที่แปดสิบ
The ninetieth90thที่เก้าสิบ
The hundredth100thที่หนึ่งร้อย
The five hundredth500thที่ห้าร้อย
The thousandth1000thที่หนึ่งพัน
One thousand five hundredth1,500thที่หนึ่งพันห้าร้อย
Hundred thousandth100,000thที่ หนึ่งแสน
Millionth1000,000thที่ล้านหนึ่ง

ในภาษาอังกฤษถ้าอยากพูดถึงลำดับเราจะต้องเพิ่ม “th” ในตัวอักษรสุดท้าย 

ยกตัวอย่างเช่น

  • Four (4th )–> fourth
  • Eleven (7th ) –> eleventh
  • Sixteenth (16th ) –> sixteenth
  • Twenty (20th ) –> twentieth สำหรับเลข 20,30,40,50,60,70,80 90 เมื่ออยากเปลี่ยนเป็นเลขบ่งบอกลำดับจะได้เปลี่ยวตัวอักษรสุดท้ายคือตัว ‘y’ เป็นตัว ‘ie’ และเพิ่ม ‘th’twentieth, thirtieth,…

ยกเว้นในกรณีจะบอกลำดับของ One – First, Two – Second, Three – Third, Five – Fifth, Eight – Eighth, Nine – Ninth, Twelve – Twelfth คือผู้เรียนต้องจดจำไว้อย่างเดียว

  • – สำหรับตัวเลขที่มีตัวอักษรสุดท้ายเป็นเลข 2 เช่น 2nd, 22nd, 32nd… จะได้เขียนเป็น second, twenty-second, thirty-second,… ยกเว้น 12th จะได้เขียนเป็น twelfth (nd ย่อมาจาก 2 ตัวอักษรสุดท้ายของคำว่า second).
  • – สำหรับตัวเลขที่มีตัวอักษรสุดท้ายเป็นเลข 3 เช่น 3rd, 23rd, 33rd,… จะได้เขียนเป็น  third, twenty-third, thirty-third,… ยกเว้น 13th จะได้เขียนเป็น thirteenth (rd ย่อมาจาก 2 ตัวอักษรสุดท้ายของคำว่า third).
  • – สำหรับตัวเลขที่มีตัวอักษรสุดท้ายเป็นเลข 5 เช่น 5th, 25th, 35th,…จะได้เขียนเป็น fifth, twenty-fifth, thirty-fifth,…จะแตกต่างกับการเขียนของตัวเลขบ่งบอกให้ทราบจำนวน 
  • – สำหรับตัวเลขที่มีตัวอักษรสุดท้ายเป็นเลข 9 เช่น 9th, 29th, 39th,… จะได้เขียนเป็น ninth, twenty-ninth, thirty-ninth,…ยกเว้น 19th ยังได้เขียนเป็น nineteenth ผู้เรียนหลายท่านมักจะจำผิดตรงนี้

ทำอย่างไรเพื่อจะแยกระหว่างตัวเลขที่จะบ่งบอกลำดับกับตัวเลขจำนวนเป็นสี่งที่ผูเรียนหลายคนน่าจะสนใจกันมากมาย X3english จะยกตัวอย่างเกี่ยวกับตัวเลขจำนวน และตัวเลขที่บอกลำดับเพื่อช่วยผู้เรียนได้เห็นอย่างชัดเช่นความแตกต่างระหว่างวิธีการใช้ของตัวเลขดังนี้

กรณีใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษอย่างเหมาะสม

ตัวเลขภาษาอังกฤษสำหรับตัวเลขบ่งบอกจำนวนสรุปสั้นๆ คือจะได้ใช้ในกรณีเช่น 

  1. ตัวเลขภาษาอังกฤษบอกจำนวน. 

เช่น I have one sister. ฉันมีน้องสาวหนึ่งคน
หรือ There are thirty-one days in July. มีสามสิบเอ็ดวันในเดือนกรกฎาคม

  1. บอกอายุ

เช่น I am eighteen years old. ฉันอายุสิบแปดปี
หรือ  My Father is fifty-one years old. พ่อของฉันอายุห้าสิบเอ็ดปี

  1. บอกหมายเลขโทรศัพท์

เช่น My phone number is one- five- five- six- seven- one- nine. หมายเลขโทรศัพท์ของฉันคือ 1556719 

  1. ตัวเลขภาษาอังกฤษบอกวันเกิด

 เช่น My sister was born in nineteen ninety-one. พี่สาวของฉันเกิดในปี ค.ศ. 1991

สำหรับตัวเลขบ่งบอกลำดับสรุปสั้นๆ คือจะได้ใช้ในกรณีเช่น 

  1. ใช้ในกรณีเมื่อคุณอยากพูดเกี่ยวกับลำดับหรือตำแหน่งต่างๆ

เช่น Accounting is my first job, the second job is a secretary at the bank

  1. เมื่อพูดถึงระดับความสูงหรือจำนวนชั้น

เช่น I work at the 29th floor of the tallest building in the city

  1. เมื่อพูดถึงวันในเดือนหนึ่ง

เช่น He celebrated his twentieth birthday in a luxury restaurant.  เขาฉลองวันเกิดครั้งที่ยี่สิบของเขาในร้านอาหารสุดหรู

การทำซ้ำ

การทำซ้ำภาษาอังกฤษภาษาไทย
onceหนึ่งครั้ง
twiceสองครั้ง
three timesสามครั้ง
five timesห้าครั้ง

การอ่านเลขทศนิยม

ถ้าคุณเคยเห็นตัวเลขทศนิยมในภาษาอังกฤษแต่ไม่รู้จะอ่านออกเสียงอย่างไร วันนี้ X3english จะแนะนำให้คุณเกี่ยวกับวิธีการอ่านตัวเลขภาษาอังกฤษ ใช้ในกรณีการอ่านเลขทศนิยมที่ไม่ควรพลาดเช่น

ตัวเลขการอ่านเลขทศนิยมภาษาไทย
0.5point fiveศูนย์จุดห้า
0.25point two fiveศูนย์จุดสองห้า
0.73point seven threeศูนย์จุดเจ็ดสาม
0.05point zero fiveศูนย์จุดศูนย์ห้า
0.6529point six five two nineศูนย์จุดหกห้าสองเก้า
2.95two point nine fiveศูนย์สองจุดเก้าห้า

ผู้เรียนสามารถสังเกตเองว่าการอ่านเลขทศนิยมในภาษาอังกฤษเราจะใช้คำว่า จุด คือ “point” ตามด้วยตัวเลขเรียงกันไปเรื่อย ๆ จนจบ แต่ต้องระวัง เพราะวิธีการอ่านนี้จะไม่สามารถใช้กับเงินได้ สำหรับวิธีการอ่าน ตัวเลขภาษาอังกฤษ ตอนที่พูดถึงเงินเดี๋ยวเราจะแนะนำในส่วนเนื้อหาต่อไปนี้

เรียนรู้คําศัพท์ภาษาอังกฤษและตัวเลขภาษาอังกฤษด้วยต้นเอง
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ไม่ยากกับ X3english.co.th

ตัวเลขภาษาอังกฤษสำหรับการอ่านเศษส่วน

ในภาษาอังกฤษคุณจะต้องการใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษเมื่อพูดถึงเศษส่วนต่างๆ ก็มักจะเจอบ่อยชีวิตประจำวันถ้าหากจำนวนส่วนมากกว่า 1 ให้ทำเป็นรูปพหูพจน์ สำหรับกรณีที่เศษมากกว่า 1 และส่วนคือ 2 เราจะอ่านว่า “half” และอ่านว่า “halves” 

ตัวเลขภาษาไทยการอ่านเศษส่วนภาษาอังกฤษ
1/3หนึ่งส่วนสามone third
3/4สามส่วนสี่three fourths
5/6ห้าส่วนหกfive sixths
1/2หนึ่งส่วนสองone half
3/2สามส่วนสองthree halves

ตัวเลขภาษาอังกฤษสำหรับการอ่านเปอร์เซ็นต์

ง่ายมากๆ คือการอ่านเปอร์เซ็นต์ในภาษาอังกฤษคือเราแค่ออกเสียงของตัวเลขบอกกับคำว่า “เปอร์เซ็นต์” เท่านั้นคือคนฟังก็จะเข้าใจเลยว่าเรากำลังอย่าสื่ออะไรแล้ว ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดดังนี้

ตัวเลขภาษาไทยการอ่านเปอร์เซ็นต์ภาษาอังกฤษ
5%ห้าเปอร์เซ็นต์five percent
25%ยีสิบห้าเปอร์เซ็นต์twenty-five percent
36.25%สามสีบหกจุดยีสิบห้าเปอร์เซ็นต์thirty-six point two five percent
100%หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์one hundred percent
400%สี่ร้อยเปอร์เซ็นต์four hundred percent

ตัวเลขภาษาอังกฤษสำหรับการอ่านจำนวนเงิน

เมื่อเราอ่านเกี่ยวกับเงินเราต้องพูดถึงสองอย่าง หนึ่งคือตัวเลขที่บ่องบอกจำนนวนของเงินและสองคือสกุลเงินว่าเป็นยูโร ดงเวียดนาม หรือ ดอลลสร์ …วิธีการอ่านจำนวนเงินจะเป็นอย่างนี้ ให้อ่านตัวเลขหน้าจุดทศนิยมก่อน ตามด้วยสกุลเงิน เชื่อมด้วย “and”สำหรับตัวเลขหลังจุดทศนิยมเราจะอ่านตามหลักการอ่านตัวเลขปกติ ตามด้วยหน่วยย่อยของสกุลเงินนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น

ตัวเลขภาษาไทยการอ่านจำนวนเงินภาษาอังกฤษ
25$ยี่​สิบ​ห้าดอลลาร์twenty-five dollars
52€ห้า​สิบ​สองยูโรfifty-two euros
140₤หนึ่ง​ร้อย​สี่​สิบปอนด์one hundred and forty pounds
€12.66สิบสองยูโรหกสิบหกtwelve euros sixty-six
₤10.50สิบปอนด์ห้าสิบten pounds fifty

การอ่านปี

การอ่านปีภาษาอังกฤษภาษาไทย
2014twenty fourteen or two thousand fourteenสองพันสิบสี่
2008two thousand eightสองพันแป็ด
2000two thousandสองพัน
1944nineteen forty-fourหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบสี่
3000 BCthree thousand BCสามพันปีก่อนคริสต์ศักราช
3250 BCthirty two fifty BCสามพันสองร้อยห้าสิบปีก่อนคริสต์ศักราช

คำอื่นที่มีประโยชน์ที่ควรรู้

นอกจาก ตัวเลขภาษาอังกฤษ ที่จำเป็นต้องเรียนรู้อยู่แล้วเพราะมักจะใช้บ่อยในชีวิตประจำวันของเราผู้เรียน ก็ควรเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับคําศัพท์ภาษาอังกฤษต่างๆ ที่สามารถใช้พร้อมกันเพื่อแสดงความคิดเห็นในหลายๆ วิธีแตกต่างกัน สร้างประโยคได้ง่ายๆ ดังนี้

  • คำว่า about / approximately หมายถึง ประมาณ ยกตัวอย่างเช่น 

She earns  about $300 a month แปลว่า เธอมีรายได้ประมาณ 300 ดอลลาร์ ต่อเดือน หรือตัวอย่างอื่นเกี่ยวกับการใช้ about เช่น  about fifty people were present at the meeting แปลว่า ที่ประชุมประมาณห้าสิบคน

  • คำว่า over / more than หมายถึง มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น There were over 5000 people at the meeting แปลว่า . “over” หรือ “more than” ใช้เมื่อพูดถึงจำนวนของคน, จำนวนของสี่งของ และอยู่หน้าของตัวเลขต่างๆ 
  • คำว่า  under / less than หมายถึง น้อยกว่า ยกตัวอย่างเช่น  She travelled less than 2,000 miles. แปลว่า  เธอเดินทางน้อยกว่า 2,000 ไมล์

คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคําศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยดังนี้เพื่อเสริมคลังศัพท์ของตัวเอง สามารถประยุคใช้ในการพูดหรือเขียนให้ดียี่งขึ้นกับ X3English: 407 คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย: เรียนครั้งเดียวจำได้นาน

สรุป

เพื่อให้เข้าใจกับการใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษ ในทุก ๆ รูปแบบ ผู้เรียนก็ต้องแยกประเภทของตัวเลขให้เป็นก่อน อีกหนึ่งวิธีคือฝึกตั้งประโยคและหัดเขียนให้บ่อยขึ้น ใช้ทุกวันให้เป็นความเคยชิน ไม่ต้องใช้วิธีท่องจำแต่เน้นวิธีลงสนาม มีการนำไปใช้งานจริงจะสร้างการจดจำได้ดีกว่า และไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการเรียน X3english เว็บไซต์การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเอง ก็จะขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้เรียนและเชื่อว่าทุกคนจะสามารถทำได้ดีอย่างแน่นอนและทั้งหมดคือวิธีการใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษ ในทุกรูปแบบ อย่าลืมติดตามเว็บไซต์การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของเรา เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สเรียนคุณภาพที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นดี ๆ และเพื่อการพัฒนาทักษาการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่มีประสิทธิภาพ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *