คู่มือการฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ แค่ใช้มือถืออย่างเดียวก็เก่งได้

คู่มือการฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ แค่ใช้มือถืออย่างเดียวก็เก่งได้

แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าเราเก่งภาษาอังกฤษเราจะมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น แต่ปัญหาที่ทุกคนมักจะเจอบ่อยเมือเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองก็คือไม่มั่นใจในการสื่อสาร ไม่กล้าออกเสียง ทำให้เรียนนานไปหลายๆ ปีแต่ยังฟังไม่ค่อยชัด พูดไม่ค่อยคล่องแคล่ว วันนี้ X3English จะเปิดเคล็ดลับในการฝึกฟังภาษาอังกฤษ ที่ยอดเยี่ยม ที่รับรองว่าเรียนแล้วแก่ง ฟังได้โต้ตอบได้แบบกล้วยๆ ดังนี้

ฝึกฟังภาษาอังกฤษ ไม่ยากอย่างที่คิด
ทักษะการฟังมีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อคุณเรียนภาษาอังกฤษ

ความสำคัญของการฝึกฟังในภาษาอังกฤษ

เมื่อพูดถึงการเรียนภาษาใดภาษาหนึ่งเราจะพูดถึงสี่ทักษะคือ ฟัง –พูด- อ่าน- เขียน ซึ่งสำหรับในส่วนของการฟัง เป็นทักษะที่มีความสำคัญมากที่จะทำให้คุณได้เข้าใจเรื่องที่คนอื่นกำลังสนทนา และสามารถสร้างการสื่อสารได้ ในทางกลับกันหากเริ่มต้นจากการฟังที่ไม่เข้าใจ ทำการการสื่อสารหลังจากนั้นเป็นเรื่องยากตามมาเช่นกัน

โดยเฉพาะในการทำงาน ถ้าหากมีความเข้าใจในคำสั่งงานจากทางหัวหน้างานหรือทางลูกค้า ก็จะสามารถทำให้คุณสร้างการทำงานหรือการบริการที่ดีที่สุดได้ และนั่นทำกับการเติบโตในหน้าทที่การงานที่มากขึ้นเช่นกัน

ความพลาดที่มักจะเจอบ่อยเมื่อคุณฝึกฟังภาษาอังกฤษ พร้อมเผยวิธีการแก้ไขปัญหา

คุณเคยถามตัวเองไหมว่าทำไมกันนะ ทั้ง ๆ ที่เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งหลายปี คำศํพท์อะไรก็มีมากมาย แต่กลับต้องเจอปัญหาในการพูดและฟัง มาดูกันว่านั่นเป็นเพราะคุณเจอกับปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า

1.ใช้เวลายังไม่เพียงพอสำหรับการฝึกฟัง

การเรียนภาษาไหนก็ตามเราต้องการใส่ใจและใช้เวลาเพียงพอสำหรับการฝึกฟัง พูด อ่าน เขียนถึงจะเก่งได้ ข้อพลาดอย่างแรกที่ผู้เรียนหลายคนจะเจอเมื่อฝึกทะษะการฟังคือใช้เวลาน้อยไปในการฟังในแต่ละวัน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองชั่วโมงสำหรับการฝึกฟัง ภายในสามถึงหกเดือนรับรองว่าทักษะการฟังของคุณจะมีความก้าวหน้าอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ควรเป็นการจัดสรรเวลาที่เหมาะสม อย่าฝืนจนเกินไป ไม่จำเป็นว่าจะต้องให้ได้ครบตามเวลาที่กำหนดเป๊ะ หากรู้สึกว่าเบื่อหน่ายในการเรียนบางครั้ง ก็หาเวลาผ่อนคลายให้กับตัวเองบ้าง เพื่อให้การเรียนลื่นไหลและไปต่อได้อย่างไม่สะดุด

2.ไม่รู้วิธีจับเนื้อหาหลักและ keyword สำคัญ

ข้อผิดพลาดที่สองเมื่อผู้เรียนฝึกฟังภาษาอังกฤษก็มักจะเจอคือไม่รู้วิธีการจับคำศัพท์หลัก ฟังแต่ไม่เข้าใจว่ากำลังฟังอะไร เลยฟังไปหลายรอบแต่ก็ยังไม่ได้ผล ดังนั้นเมื่อคุณเลือกเรียนบทความหนึ่งควรลองจับคำศัพท์หลักพื่อเดาความหมายของบทความที่ได้ฟัง ว่าจะเข้าใจกี่เปอร์เซนต์ก่อนที่จะดูความหมายทั้งหมดของเรื่องราวและบริบทที่เกี่ยวข้องผ่าน Subtitile มันจะทำให้ทักษะการฟังของคุณดีเร็วขึ้น คุณสามารถเข้าใจ 70-80% เมื่อคุยกับชาวต่างชาติถ้าประยุกต์ ใช้วิธีนี้อย่างต่อเนื่องภายในสามถึงหกเดือน โดยวันละประมาณสามชั่วโมง จะมีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3.เลือกเนื้อหาฟังที่ไม่เหมาะสม

ถ้าคุณเลือกบทความเพื่อฝึกทักษะการฟังแต่เนื้อหายากมากไป แม้จะฝึกไปนานแค่ไหนก็ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง เพราะมันจะเป็นการกดดันเกินไป ดังนั้นเราควรเริ่มจากบทความที่ง่าย เหมาะกับความสามารถของตัวเอง เมื่อคุณพอเข้าใจสี่งที่คุณฟังได้ คุณจะมีความกระตือรือร้นมากขึ้นสำหรับการฝึกฟัง แต่ถ้าคุณเลือกบทความที่ฟังยาก คุณจะจับความหมายไม่ได้ จะจำอะไรไม่ได้เหมือนกัน คำแนะนำสำหรับผู้เรียนที่เริ่มฝึกทักษะการฟังโดยตัวเองคือ เลือกประเภทของบทฟังเริ่มจากการแนะนำตัวเอง การทักทายและหัวข้อที่ใช้บ่อยในชีวติประจำวันก่อน ถึงจะปรับเป็นบทความที่ยาวขึ้นและยากไปเรื่อยๆ 

4.อ่าน subtitile มากไปเพราะอยากเข้าใจเนื้อหาบทฟัง

ถ้าคุณฝึกฟังภาษาอังกฤษแต่เน้นการอ่านคำบรรยายหรือเรียกว่า subtitile มากไป จะทำให้คุยรู้สึกคิดที่จะพึ่งพาวิธีนี้ไปเรื่อย ๆ จนชินเพราะคิดว่ามันง่าย จนลืมประเด็นหลักไปว่าสิ่งที่ต้องการคือการฝึกฝน เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำให้การพัฒนาเติบโตช้า ดังนั้นสี่งที่สำคัญเมื่อคุณฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษคือต้องเลือกบทฟังที่เหมาะสมก่อน ใช้เวลาพอสำควรในการฟัง อย่ารีบอ่าน subtitile หรือเนื้อเรื่องไปก่อน ก่อนหน้านั้นควรลองเดาว่าตัวเราเองเข้าใจบทความที่ได้ฟังมากน้อยขนาดไหน สำหรับบทความไหนที่ยาก เราสามารถฟังช้าลงและจดไว้เพื่อเทียบกับ Script ทีหลังเป็นวิธีที่ผู้เรียนหลายคนเคยทำตามและสำเร็จ มีความก้าวกระโดดในการใช้ทักษะการฟัง

5. ไม่ขยันจดจำศัพท์ใหม่

ผู้เรียนบางคนพลาดที่คิดว่าเรื่องเรียนศัพท์ใหม่ไม่สำคัญ และไม่ขยันในการขยายคลังคำศัพท์ของตัวเองให้ได้มากขึ้น ทำให้เรียนไปนานแต่ยังอยู่ที่จุดเดิมๆ หรือบางคนรู้ความสำคัญของการเรียนศัพท์ใหม่แต่เรียนไม่ได้ ท้อแท้ง่ายเพราะยังหาไม่เจอวิธีการเรียนรู้ จดจำให้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่สร้างสรรค์สำหรับการเรียนเลยเบื่อง่าย และเกิดการท้อแท้ในที่สุด

มีหลายวิธีเพื่อช่วยให้คุณในการเรียนคำศัพท์ใหม่ เช่น เรียนตามหัวข้อจากง่ายไประดับยาก เรียนคำศัพท์มีความหมายตรงข้าม พยายามตั้งประโยคหรือบทสนทนาเพื่อจดจำศัพท์ได้นาน เป็นต้น เมื่อเรามีคลังศัพท์พอใช้แล้วจะช่ายให้เราในการฟังได้ดีขึ้น และจะไม่เสียเวลาในการนั่งหาความหมายของศัพท์ในพจนานุกรม คุณสามารถใช้เวลานั้นเพื่อเรียนรู้สี่งใหม่ ที่มีผลประโยคต่อด้านการทำงานของคุณ ดังนั้นจะเห็นว่าทั้งสี่ทักษะ ฟัง พูด อ่าน และเขียน มีการเรียนรู้ที่ร่วมกันแบบที่เรียกว่าการบูรณาการนั่นเอง

6. เลือกแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ

ใครที่กำลังมองหาวิธีการฝึกทักษะการฟังก็ต้องหาแหล่งข้อมูลการฟังที่ดี ยอดเยี่ยม แต่สำหรับผู้เรียนที่เริ่มต้นบางที่ไม่ทราบเรื่องนี้ ชอบบทไหนก็ฟังบทนั้น คนพูดในบทความนั้นก็พูดไม่ชัดเจนทำให้เราพลาดตาม ดังนั้นสำหรับผู้เรียนออนไลน์สามารถเลือกฝึกทักษะการฟังในเว็บไซน์ชื่อดังเช่น 

  • 5-Minute English: เป็นเว็บไซต์ฝึกการฟังที่ดี มี Script พร้อมบททดสอบให้ผู้เรียนฝึกฟังภาษาอังกฤษเเละสามารถเทียบความเข้าใจของตนเองเกี่ยวกับบทความที่ได้ฟัง
  • ESL Fast: แหล่งข้อมูลสำหรับผู้เรียนที่กำลังมองหาบทความฝึกฟัง มีให้มากถึง 365 เรื่องพร้อมแบบทดสอบและ Script เป็นเว็บไซต์ที่น่าสนใจและการันตีว่าได้ผลจริง
  •  ESL-Lab: เว็บไซต์เหมาะสำหรับทุกคน มีบทความใช้สำหรับการฝึกฟังตั้งแต่ระดับที่ง่ายไปถึงยากกับบทความการฟังที่หลากหลายให้เลือก
  • gistguide.com: แหล่งข้อมูลน่าสนใจสำหรับผู้เรียนที่กำลังมองหาบทความเพื่อฝึกฟังสอบ TOEFL หรือ IELTS เพราะบทความที่มีในเว็บไซต์นี้จะมีเนื้อหาที่ถือว่าใกล้เคียงกันในการสอบให้ลองทำ

ควรเลือกตัวเว็บไซต์ที่มีคนรู้จักเยอะ มีชื่อเสียง มันจะรับรองว่าเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ น่าเชื่อถือ น่าเรียนรู้ และอย่าลืมเคล็ดลับสำหรับการพัฒนาทักษะการฟังคือ ต้องฟังให้เข้าใจ และกล้าสื่อสารกับชาวต่างชาติ ซึมซับกับภาษาไม่ว่าคุณจะกำลังนั่งรถเมล์ถึงที่ทำงานหรือกำลังออกกำลังกาย ทำกับข้าว เราก็สามารถฝึกฟังได้เช่นการฟังเพลง หรือดูหนังที่ชอบ 

ดูเพิ่มเติม 10 เว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดปี 2020

เคล็คคลับสำหรับการพัฒนาทักษะการฝึกฟัง

จริง ๆ แล้วแต่ละคนก็จะมีวิธีการเรียนที่แตกต่างกันไปแต่เขามีเป้าหมายที่เดียวกันคือ อยากเก่งภาษาอังกฤษ วันนี้ X3 จะแนะนำสองวิธีหลักๆ ที่คนมักจะใช้บ่อยเมื่อฝึกฟังภาษาอังกฤษดังนี้

1 – ฟังและจดไว้ถึงสิ่งที่ฟังได้ 

สำหรับวิธีนี้ผู้เรียนจะทำตามสามขั้นตอนง่ายๆ 

ขั้นตอนที่ 1: เลือกแหล่งข้อมูลการฟังที่เหมาะสม และเป็นหัวข้อที่คุณชอบพร้อมมี script

ขั้นตอนที่ 2: ฟังบทความและจอดไว้เนื้อหาที่คุณฟังได้ ตรงไหนฟังยากคุณสามารถฟังย้ำไปย้ำมา 2-3 ครั้ง สำหรับผู้เรียนระดับพื้นฐาน ควรฟังทีละประโยคแล้วจดไว้ สำหรับคนที่ฟังได้อยู่ระดับกลางคุณสามารถจดเนื้อหาไว้หลังจากประโยคที่ 3-5 สำหรับคนที่ฟังได้ในระดับใดระดับหนึ่งคุณลองฟังให้จบรอบหนึ่งแล้วตั้งสติดูว่าตัวเองเพิ่งฟังอะไรหลังจากนั้นก็จดเอาไว้

ขั้นตอนที่ 3: เทียบสี่งที่คุณจดไว้กับ script ของบทฟัง ดูว่าตัวเองฟังได้กี่เปอร์เซ็น หลังจากนั้นใช้พจนานุกรมเพื่อหาความหมายของศัพท์และวิธีที่เขียนและการออกเสียงที่ถูกต้องไปพร้อมกันจะทำให้คุณเข้าใจเนื้อหาบทความและจำศัพท์ใหม่ได้ดี

ควรเลือกวิธีการฝึกฟังภาษาอังกฤษให้เหมาะกับตัวเอง
คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง ได้ไม่ยาก

2 – ฟังและออกเสียงตาม

ผู้เรียนหลายคนน่าจะชอบวิธีเรียนนี้เพราะมันสามารถช่วยคุณพัฒนาทั้งสองทักษะไปด้วยกันคือ ฟังกับพูด เพราะบางที่คุณฟังไม่ออกเพราะเจอศัพท์ใหม่หรือไม่ฟังไม่คุ้นหู ดังนั้นถ้าคุณลองออกเสียงตามสิ่งที่ฟังได้ จะทำให้สามารถฟังได้ง่ายขึ้นเมื่อเจอศัพท์นั้นอีกที่ในบทความอื่นๆ เเละจะฝึกได้ทั้งสองทักษะการฟังเเละ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งมีขั้นตอนปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: เลือกบทความที่เหมาะสมกับตัวเอง สำหรับผู้เรียนที่เริ่มจากระดับพื้นฐานคุณลองฟังบทความที่ยาวประมาณ ห้านาทีที่มีระดับความเร็วที่ไม่มากเกินไป บทความที่มีคนพูดชัดเจน และเลือกคือหัวข้อที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันก่อน

ขั้นตอนที่ 2: ฟังไป 2-3 ครั้งแบบไม่ดู script 

ขั้นตอนที่ 3: อ่าน tapescript/ subtitile เพื่อเข้าใจเนื้อหาของบทความ

ขั้นตอนที่ 4: ฟังทีละประโยคแล้วพูดตามสิ่งที่ฟังได้ยิน วิธีนี้ได้เรียกว่า shadowing เหมาะสำหรับผู้เรียนทุกคนที่กำลังอยากเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง และเน้นการสื่อสารเป็นหลัก

หลังจากที่เห็นว่าทักษะการฟังของตัวเองได้ดีขึ้น เข้าใจเนื้อหาของหัวข้อที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำแล้วคุณลองขยายบทฟังเป็นหลากหลายหัวข้อ สามารถเลือกหนัง ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ที่คุณชอบ หรือเพลงโปรด แล้วออกเสียงตามคนที่คุณชอบ เมื่อเริ่มต้นจากสิ่งที่เราชอบและมีวิธีการเรียนที่ถูกต้อง มีเป้าหมายชัดเจนในการเรียนจะทำให้การเรียนของคุณมีผลดี ประหยัดเวลา และบรรลุเป้าหมายในที่สุดอย่าลืมติดตาม X3english เพื่อรับเคล็ดลับดีๆ ช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยคุณเรียนที่ไหนก็ได้เพียงมีโทรศัพท์งมือถือถ้าคุณเห็นบทความนี้มีผลประโยคอย่าลืมกดแชร์ในเฟสและไลน์เพื่อเเบ่งบันข้อมูลดีๆ ให้เพื่อนๆ ของคุณทราบวิธีการเรียนที่ดี เรียนไปพร้อมกันเพื่อจะได้ผลที่ดีและได้ผลจริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *