ชายคนหนึ่งกำลังคิดเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษถัดจากเขาคืออิออนลอยตัวและภาพสมองด้วยข้อความ: "Eng Breaking"

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยเทคนิคตอบโต้อย่างรวดเร็วกับ Eng Breaking

ทักษะการสื่อสารหลักและเป็นทักษะภาษาคู่แรกที่เราเรียนรู้ตามธรรมชาตินั่นคือการฟังและพูด และอาจเป็นทักษะที่ยากที่สุดเมื่อเทียบกับทักษะการอ่านและเขียน แล้วจะฝึกอย่างไรถึงจะได้ผลและพัฒนาได้ดีที่สุด? วันนี้  X3 English จะพาคุณไปหาคำตอบกันเลยดีกว่า

เพื่อสามารถพัฒนาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของตัวเองได้และ มันจำเป็นที่จะต้องฝึกทักษะการฟังพร้อมกับทักษะการพูด ด้วยขั้นตอนต่างๆ ในเทคนิคการฝึกโต้ตอบอย่างรวดเร็ว

  1. กว่าจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ต้องเริ่มจากการฝึกฟังฝึกพูดตามก่อน

สำหรับคนที่ยังสงสัยว่าในคอร์สเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองของ Eng Breaking จะเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่แตกต่างจากคอร์สเรียนภาษาอังกฤษต่างๆ เราขอบอกเลยว่า นี่คือคอร์สเรียนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เน้นความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ดังนั้นนอกจากการที่เราจะได้ฝึกฟังและฝึกพูด คุณยังได้ฝึกฝนการโต้ตอบเพื่อสามารถช่วย ฝึกการฟังการพูดได้อย่างรวดเร็ว โดยการฝึกการฟังมีบทบาทที่สำคัญมากในการสื่อสาร กว่าเราจะพูดได้เราก็ต้องฟังให้รู้เรื่องก่อน ดังนั้นต้องพยายามตั้งใจฝึกฝนทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

     1.1 ฝึกฟังจากเทป บทสนทนาภาษาอังกฤษ ซึ่งบทสนทนานั้นจะต้องพูดด้วยความเร็วปกติที่ชาวต่างชาติ พูด อย่าฝึกฟังจากเทปที่พูดช้ากว่าการพูดปกติของเขา เนื่องจากจะทำให้เราเคยชิน กับการฟังภาษาอังกฤษ แบบที่พูดช้าๆ และเมื่อเจอชาวต่างชาติที่พูดด้วย ความเร็วปกติ เราก็ไม่เข้าใจเช่นเดิม

     1.2. การฝึกฟังครั้งแรกๆ ควรเริ่มฟัง ครั้งละ 5 – 10 ประโยค (อย่าฟังประโยคเยอะเกินไปจนไม่สามารถจะจำประโยคเหล่านั้นได้)

     1.3. ขณะที่ฝึกฟังภาษาอังกฤษ ต้องมีสคริปท์เสมอ การดูสคริปท์จำทำให้เรารู้ว่าเราฟังได้ถูกหรือไม่ บางที่จะมีคำที่เราฟังไม่ออก เพราะไม่มีใครที่อยู่ในระหว่างการฝึกฝนที่จะสามารถฟังรู้เรื่องฟังออกทุกคำ

       1.4. ในการฝึกฟังแต่ละครั้ง ต้องฟังให้ได้อย่างน้อย 4 รอบ คือ

  • รอบที่ 1 ฟังโดยไม่มีสคริปท์เพื่อที่จะเข้าใจความหมายของบทฟังก่อน สามารถจดบันทึกสิ่งที่ฟังไว้ได้
  • รอบที่ 2 ฟังพร้อมสคริปท์และหากเห็นว่าคำใดที่เราเคยออกเสียงไม่เหมือนเขา หรือเราฟังไม่รู้เรื่องแม้จะมีสคริปท์ให้หยุดเทป แล้วจดลงในสคริปท์ว่า เสียงที่เราได้ยินนั้นคืออะไร
  • รอบที่ 3 และ 4 พยายามออกเสียงตามระหว่างเวลาฝึกทักษะการฟัง พยายามออกเสียงให้ถูกต้อง เลียนแบบสำเนียง น้ำเสียง การเน้นเสียงสูงต่ำของคำในประโยคเพื่อการออกเสียงจะได้ดูธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา
  • รอบที่5, 6 ลองฟังแบบหลับตา โดยไม่มีสคริปท์ สำหรับรอบนี้ พยายามฟังให้เข้าใจทุกอย่างที่ชาวต่างชาติพูด เหมือนให้เนื้อหาใจความของบทฟังได้เข้าหูอย่างลึกซึ้ง

      1.5. ช่วงแรก ขอให้ฝึกฟังประโยคเดิมๆ ด้วยวิธีข้างต้น สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง (ฝึกทุกวันได้ยิ่งดี) แล้วจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนประโยคให้มากขึ้นเป็น 15-20 ประโยค ต่อการฝึกฟังแต่ละครั้ง หากทำวิธีดังกล่าวข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ เพียงเดือนเดียว รับรองว่านอกจากจะ ฟังภาษาอังกฤษ รู้เรื่องแล้ว ยังสามารถ พูดภาษาอังกฤษ ได้โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

     การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากที่สุด ที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรก การฟังมากๆ ซ้ำๆ นอกจากจะทำให้ทักษะการฟังภาษาอังกฤษดีขึ้นแล้ว ยังทำให้สามารถพูดได้ เมื่อเราพูดประโยคเหล่านั้นออกมาได้แล้ว เราก็หลุดออกจากกับดักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้แล้ว นั่นแปลว่าเราได้เข้าสู่ วงจรของการที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างอัตโนมัติแล้ว

หลังจากนั้นจึงค่อยมาศึกษาคำแปลของประโยคเหล่านั้น และเพิ่มประโยคเหล่านั้นให้มีสะสมในสมองมากขึ้น ลำดับต่อไปจึงฝึกพูดประโยคภาษาอังกฤษเหล่านั้นให้เร็วขึ้น เราก็จะสามารถพูดภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติจากจิตใต้สำนึกโดยไม่ติดขัดอีกแล้ว

จากนั้นจึงมาฝึกหรือแก้ไขคำที่เรามักจะออกเสียงภาษาอังกฤษที่ยังไม่ถูกต้องไม่ชัด ให้พูดได้ชัดเจนขึ้น ตรงนี้อาจต้องอาศัยครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นเจ้าของภาษา เช่นชาวอังกฤษหรือชาวอเมริกัน ที่มีประสบการณ์มาช่วยสอน เพื่อให้เรียนได้เร็วและมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น

ภาพสองคนกำลังคุญกันเป็นภาษาอังกฤษ
ตอบโต้อย่างรวดเร็วเพื่อพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง
  1. ฝึกทักษะการโต้ตอบอย่างรวดเร็วเพื่อพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วมากขึ้น

       เมื่อคุณฝึกฟังจับใจความและก็ยังได้ฝึกการพูดตามมาพอสมควรกแล้ว Eng Breaking ยังให้คุณฝึกการโต้ตอบอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณฟังเจ้าของภาษาได้เข้าใจมากขึ้นและสามารถที่จะโต้ตอบบทสนทนากับเจ้าของภาษาได้อย่างมั่นใจแบบทันทีโดยไม่ต้องคิดเป็นภาษาไทยก่อน เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนกันเจ้าของภาษานั้นเอง 

      โดยในเทปจะมีคำถามที่เกี่ยวข้องกับบทฟังที่เราเพิ่งได้ฟัง ถามรายละเอียดต่างๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจและฟังรู้เรื่องของเรา หลังจากที่คุณได้ฟังคำถามนั้น คุณจะต้องตอบคำถามอย่างรวดเร็วทันที โดยตอบแบบสั้นๆ ก่อน คุณจะไม่มีเวลาที่จะได้คิดคำตอบนานๆ และคุณก็ไม่ต้องสนใจว่าคุณตอบถูกหรือผิด 

จากนั้นคุณจะได้ฟังคำเฉลยในเทปประมาณ 2-3 รอบ พร้อมดูสคริปท์ของบทฟัง ถ้าเจอคำศัพท์ที่ไม่แน่ใจในความหมายและการออกเสียงสามารถเปิดพจนานุกรมเพื่อให้เข้าใจความหมายของคำและสิ่งที่ชาวต่างชาติเขาอยากสื่อสารอย่างถูกต้อง

ต่อมากลับไปตอบคำถามอีกครั้งหนึ่ง ฝึกตอบคำถามหลายรอบจนถึงเวลาที่คุณฟังคำถามแล้วก็สามารถตอบได้อย่างทันทีเลย แต่ในขั้นตอนนี้พยายามอย่าตอบแบบสั้นๆ อีก คุณควรตอบในประโยคเต็มๆ แกรมม่าก็สำคัญแต่ไม่ได้สำคัญมากที่สุดสำหรับขั้นตอนนี้ ประเด็นที่คุณควรให้ความสนใจอย่างมากคือทำยังไงให้ตัวเองสามารถตอบคำถามได้รวดเร็วที่สุด

       3. เสริมทักษะต่างๆ เพื่อสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นด้วยเคล็ดลับนี้

เพื่อที่จะพัฒนาทักษะการพูดการฟังภาษาอังกฤษให้มีความก้าวกระโดดมากขึ้น การเรียนและฝึกฝนตามเทคนิคเพียงเท่านั้นอาจยังไม่พอ แต่เรายังต้องเรียนรู้ทักษะต่างๆ อีกด้วย

      3.1.เพิ่มเติมคลังคำศัพท์เพื่อสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษดีขึ้น

อุปสรรคในการเรียนภาษาอังกฤษของน้องๆ ในวัยเรียน นอกจากต้องจดจำหลักการใช้แกรมม่าแล้ว หลายคนอาจจะประสบปัญหาไม่ค่อยรู้คำศัพท์ ดังนั้นวิธีการแก้ไขง่ายๆ คือการขยายคลังคำศัพท์ของเรา โดยการเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ เข้าไปอย่างสม่ำเสมอ บอกได้เลยว่าคำศัพท์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเรียนในทุกๆภาษา บางทีคำศัพท์ยังมีบทบาทที่สำคัญกว่าไวยากรณ์อีกด้วย ถ้าคุณรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษมาก คุณจะมีความมั่นใจในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องอายเวลาที่ไม่สามารถแสดงความหมายที่ตัวเองอยากสื่อสารเพราะไม่รู้คำศัพท์

ในการเรียนคำศัพท์อาจจะมีวิธีการหลากหลายแต่คุณสามารถเลือกวิธีเรียนที่ทำให้ตัวเองรูู้สึกสบายที่สุด อาจจะเรียนไปด้วย สอดแทรกความบันเทิงไปด้วย เช่น การเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลงที่เป็นภาษาอังกฤษ อย่างการเล่นเกม ก็เป็นอีกวิธีที่เรียนรู้คำศัพท์ใหม่และได้รับความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน การเล่นเกมทำให้เราเข้าใจคำศัพท์ใหม่ๆ ในบริบทที่แตกต่างกันไป บางครั้งเวลาเล่นใหม่ๆ เราอาจจะยังงงๆ แต่พอเล่นบ่อยขึ้นเจอคำนี้บ่อยขึ้น เราก็เกิดการเรียนรู้และจดจำ หรือการฟังเพลง จะช่วยให้เราจำคำศัพท์ว่าถูกนำไปใช้ในประโยคแบบนี้ ซึ่งเป็นวิธีที่เราสามารถเรียนรู้ทั้งวิธีการนำไปใช้และจดจำสำเนียงการออกเสียงได้อีกด้วย อีกทั้งเรียนรู้คำศัพท์จากหนังที่ดู วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ทำให้เราได้เรียนรู้คำแสลงและสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี บางครั้งเราอาจจะยังไม่แน่ใจในส่วนของความหมายแต่การแสดงออกจากอารมณ์และสีหน้าของตัวละครและเนื้อเรื่องในหนัง จะทำให้เราเข้าใจและจดจำความหมายของคำนั้นได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งหนังมีหลากหลาย จึงเป็นอีก
วิธีในการเรียนรู้ตัวอย่างการใช้งานของคำศัพท์นั้นๆ ในบริบทที่แตกต่างกันไป

เด็กผู้หญิงยืนอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือ - x3english
เพิ่มเติมคลังคำศัพท์เพื่อสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษดีขึ้น

X วิธีช่วยให้คุณจดจำ คําศัพท์ภาษาอังกฤษแบบกล้วย ๆ

   3.2. พยายามคิดเป็นภาษาอังกฤษ

นอกจากการเรียนภาษาอังกฤษกับครูชาวต่างชาติแล้ว เวลาคุณคิด คุณก็ต้องคิดเป็นภาษาอังกฤษด้วย หรือแม้กระทั่งระหว่างวันที่คุณพูดคนเดียว ก็ให้พูดเป็นภาษาอังกฤษ การฝึกแบบนี้จะทำให้คุณชินกับภาษาอังกฤษ และพูดได้ไวยิ่งขึ้น ที่สำคัญอย่าคิดมากเวลาพูดภาษาอังกฤษ ควรใช้โครงสร้างประโยคแบบง่ายก่อน ใช้คำที่เรียบง่ายที่คุณรู้ความหมายดี และที่สำคัญอย่าเรียนคำเดียวแต่เวลาเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษต้องระวังว่าคำนี้ใช้ในบริบทไหนและวลีอะไรบ้าง เมื่อใช้ประโยคที่สั้นๆ ได้ดีแล้ว ค่อยมาฝึกพูดประโยคยาวขึ้น โดยใช้โครงสร้างประโยคที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น การเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษตามวลีจะช่วยให้คุณฝึกการใช้ภาษาอังกฤษเป็นนิสัย เวลาที่พูดจะได้คล่องแคล่ว ไม่คิดคำภาษาไทยแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ

      3.3. ฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้ช่องทางออนไลน์

ในยุคของการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเหมือนปัจจุบัน มันก็จะมีหลายช่องทางออนไลน์ ซึ่งเราสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษ อย่างเช่น Youtube เป็นคลังวิดีโดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เราสามารถฝึกการออกเสียงภาษาอังกฤษตามความชอบของเราเองได้  ถ้าคุณชอบดูหนัง สามารถดูหนังที่มีคำบรรยาย หรือถ้าใครชอบฟังเพลงก็เปิดเพลงฟังและดูเนื้อเพลงตามไปด้วย ส่วนใครสามารถร้องเพลงตามได้ก็ยิ่งดี หรือเราจะหาวิดีโอเกี่ยวกับภาษาอังกฤษใน Youtube ดูเพลินๆ ก็ได้นะ ใน Youtube  มีหลายช่องทางที่น่าสนใจมากๆ ที่เราควรติดตามอย่างเช่น TED Talk โดย TED Talk เป็นงานพูดสร้างแรงบันดาลใจที่โด่งดังไปทั่วโลก แม้กระทั่งในประเทศไทยก็มีการจัดงาน TEDx หลายครั้งในหลายพื้นที่ 

การฝึกฟังภาษาอังกฤษบ่อยๆไม่เพียงแค่ทำให้ทักษะการฟังของเราดีขึ้นได้อย่างเดียว แต่ยังเป็นประโยชน์มากมายสำหรับการออกเสียงอีกด้วย เพราะ การฟังภาษาอังกฤษจากหลายช่องทาง จะทำให้เราคุ้นเคยกับสำเนียงหลากหลาย

ถ้าหากว่าใครอยากเรียนออนไลน์ก็หาข้อมูลหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ได้ด้วย ช่วงนี้มีอาจารย์หลายคนเปิดห้องเรียนออนไลน์ เรียนได้ง่ายและสะดวกมาก การเรียนออนไลน์นอกจากความสะดวก เพราะประหยัดเวลาในการเดินทางไปห้องเรียน แต่เรายังสามารถดูบทเรียนอีกหลายรอบถ้ายังไม่เข้าใจ

       3.4. สร้างนิสัยในการค้นหาคำศัพท์ในพจนานุกรมและการจดบันทึกไว้

การค้นหาคำศัพท์และการออกเสียงของคำในพจนานุกรม นอกจากประโยชน์ที่ช่วยให้เราได้เห็นข้อผิดพลาดในการออกเสียง แต่ยังช่วยเพิ่มคำศัพท์ของคุณในการสื่อสารภาษาอังกฤษอีกด้วย การเปิดพจนานุกรมนั้นค่อนข้างที่จะใช้เวลาอยู่มาก แต่ถ้าเราทำบ่อยๆมันจะกลายเป็นนิสัยซึ่งเราต้องใช้พจนานุกรมทุกครั้งที่เราเจอคำศัพท์ใหม่ เพราะคำศัพท์บางคำอาจจะมีการออกเสียงได้หลายแบบ อย่างที่เราคาดไม่ถึง

นอกจากนั้นอย่าลืมจดลงไว้ในสมุดบันทึกของคุณถ้าเจอประโยคตัวอย่างที่ดี เพราะบางทีเราสามารถเอาตัวอย่างนี้ไปใช้ในกรณีต่างๆ ได้เป็นประโยชน์มาก

      สรุป

      การเรียนภาษาอังกฤษบอกเลยว่ามีความท้าทายมาก โดยเฉพาะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้น ถึงจะเป็นแค่ความรู้ง่ายๆ เป็นพื้นฐานที่คนเรียนไม่สามารถมองข้ามได้ จงเลือกวิธีเรียนที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับตัวเอง และอย่าลืมติดตามเคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองของ Eng Breaking ด้วยนะ

1 comments

  1. Pingback: เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ไม่ควรพลาด ช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ครบทั้ง 4 ทักษะ - X3English

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *