เมื่อเขียนภาษาอังกฤษมักจะพบข้อผิดพลาดเหล่านี้

ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนภาษาอังกฤษและวิธีหลีกเลี่ยง

หากคุณกังวลเวลาเขียน ว่าจะเขียนผิด ไม่รู้จะเริ่มเขียนอย่างไร X3English  ได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่มักจะเจอบ่อยเมื่อเขียนภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีการแก้ไขปัญหาที่ช่วยให้มีความพัฒนาในทักษะการเขียน ไปดูพร้อมกันกับเว็บไซต์การเรียนการสอน X3English.co.th รับรองว่าอ่านบทความนี้จบคุณจะทราบวิธีการเขียนดี ไม่ต้องพบกับความผิดที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักจะเป็นบ่อยดังนี้

ทำไมต้องฝึกเขียนภาษาอังกฤษ

ไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูดหรือการอ่าน การฟัง และการเขียน ถ้าเราอยากเก่งเราก็ต้องใช้เวลาสำหรับการฝึกฝนถึงจะเห็นผล สำหรับทักษะการเขียนภาษาอังกฤษถ้าฝึกบ่อย ๆ จะช่วยฝึกให้คุณความจำดีขึ้น และชินกับการใช้ไวยากรณ์

เมื่อเราอยากเขียนเมลหรือจดหมายหาเพื่อนชาวต่างชาติ หรือทำข้อสอบเขียน ถ้าเรามีเวลาฝึกเขียน เราจะทำได้ดี สามารถอธิบายความคิดเห็นของตัวเองอย่างง่ายไม่กลัวคนอ่านจะเข้าใจผิดเพราะเรารู้วิธีการใช้ศัพท์และใช้ไวยากรณ์แบบเหมาะสม

เขียนภาษาอังกฤษกับความผิดที่เจอบ่อย
เขียนภาษาอังกฤษไม่ยากอย่างที่คิด

ความผิดพลาดที่มักจะเจอบ่อยเมื่อเขียนภาษาอังกฤษ ?

การเขียนภาษาอังกฤษมีความสำคัญเป็นอย่างมากแต่หลายคนมักจะมองผ่านเลยส่วนใหญ่จะเขียนผิดประโยคที่ง่ายๆ ต่อไปนี้เราจะไปดูว่าความพลาดในการเขียนนั้นคืออะไรและวิธีการปรับแก้ไขอย่างไรเพื่อช่วยงานเขียนดีขึ้น ดังนี้

1.การสะกดผิด 

คุณเชื่อไหมว่าความผิดพลาดที่เจอบ่อยมากเมื่อเขียนภาษาอังกฤษ แต่ก็แก้ง่ายมาก ๆ คือการสะกดคำผิด เพราะผู้เรียนเขียนงานไปแต่ไม่ใช้เวลาเช็กงานให้ดีๆ และไม่สามารถจำวิธีการเขียนศัพท์ให้ถูกต้อง บางคำเราเจอบ่อยมากแต่ก็ยังเขียนผิด เพราะไม่รู้วิธีการจดจำศัพท์ให้ดี ๆ บางศัพท์จะมีวิธีการเขียนค่อยข้างเหมือนกันแตกต่างแค่นิดเดียวความหมายก็เพี้ยนไปแล้ว ดังนั้นเมื่อเราเรียนคำศัพท์เราต้องเลือกวิธีการเรียน เช่น เรียนทั้งคำที่เขียนคล้ายๆ กับคำศัพท์ตรงข้ามและตั้งประโยคกับศัพท์เหล่านั้นเพื่อจะจำได้นาน การเรียนต้องเป็นไปพร้อมกับการปฏิบัติจริงถึงจะได้ผลที่ดีอย่างที่คาดหวัง

เหล่าคำศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนต้องระวังสะกดผิดเช่น

  • สับสนระหว่างคำว่า abhorrent / aberrant

คำว่า abhorrent เป็น adj ที่หมายถึง รู้สึกเกลียด ส่วน aberrant เป็น adj หมายถึง ผิดปกติ

  • สับสนระหว่างคำว่า  accept / except / exempt 

คำว่า accept เป็น v ที่หมายถึง ยอมรับ ,เห็นด้วย ส่วน except เป็น v หมายถึง ยกเว้น ,เว้นแต่ และ exempt เป็น v หมายถึง ยกเว้น ,เว้นแต่

  • สับสนระหว่างคำว่า acquaint / acquaintance / quaint

คำว่า acquaint เป็น v ที่หมายถึง ทำให้คุ้นเคย คำว่า acquaintance เป็น n หมายถึง ความคุ้นเคย ,คนคุ้นเคย และ quaint เป็น adj หมายถึง แปลก

  • สับสนระหว่างคำว่า adjure / abjure

ในนั้นคำว่า adjure เป็น v ที่หมายถึง วิงวอน ส่วนคำว่า abjure เป็น v หมายถึง ละ ,เลิก

  • สับสนระหว่างคำว่า beach / beech

ในนั้นคำว่า beach (บีช) เป็น n ที่หมายถึง ชายหาด ส่วนคำว่า beech (บีช) เป็น n หมายถึงต้นบีช

  • สับสนระหว่างคำว่า career / careen / carrier / courier

คำว่า career เป็น n ที่หมายถึง อาชีพ
ในนั้นคำว่า careen เป็น v ที่หมายถึง ร่อน ,เอียง ส่วนคำว่า carrier เป็น n ที่หมายถึง ผู้ขนส่ง , คนส่งจม,พาหะนำโรค (carry+er) สุดท้ายคือคำว่า courier เป็นคำนาม ที่หมายถึง คนส่งจม.

  • สับสนระหว่างคำว่า deduct / deduce

ในนั้นคำว่า deduct เป็น v ที่หมายถึง ลบออก ส่วนคำว่า deduce เป็น v ที่หมายถึง สรุป

ฯลฯ

2. ลืมการเว้นวรรคหลังเครื่องหมายต่าง ๆ 

ในภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็เหมือนกันที่ต้องมีการเว้นวรรค ผู้เรียนบางคนมักจะผิดที่ลืมเว้นวรรคทั้งก่อนและหลังเครื่องหมายทำ ผิดมาตรฐานของการเขียนเครื่องหมายวรรคตอน (Punctuations) period (full stop),  comma,  semi colon,  exclamation point หรือ question mark แต่ละเครื่องหมายมีหน้าที่แตกต่างกัน เมื่อใช้เครื่องหมายเราต้องระวังอย่าลืมการเว้นวรรคหลังเครื่องหมายต่างๆ เช่น

เครื่องหมายความหมาย หรือวิธีการใช้ตัวอย่าง
Period (full stop)เครื่องหมายมหัพภาคU.S.A.I like tennis.
Commaเครื่องหมายจุลภาค หรือเครื่องหมายลูกน้ำ I bought milk, egg bread for my breakfast
Semicolonเครื่องหมายอัฒภาค (ใช้เชื่อมประโยคสองประโยคที่ไม่มีคำเชื่อม)Benz drives a Lamborghini; Pong drives a Jaguar.
Colonเครื่องหมายมหัพภาคคู่ หรือเครื่องหมายทวิภาคWe have two choices: yes  or no.
Question mark เครื่องหมายปรัศนี หรือ เครื่องหมายคำถามHow are you today?
Exclamation Markเครื่องหมายอัศเจรีย์ หรือ เครื่องหมายตกใจ It is so hot!
Apostrophe เครื่องหมายวรรคตอนdont (do not), cant (can not), its (it is)
Round Bracketsเครื่องหมายนขลิขิต หรือ เครื่องหมายวงเล็บThailand (ไทย)
Quotation Marks เครื่องหมายอัญประกาศ หรือ เครื่องหมายคำพูดhe said, I don’t like milk.
Slashเครื่องหมายทับand/or m/d/y
Underscoreใช้เขียนเส้นใต้abc_123@hotmail.com
Dashใช้แยกส่วนของประโยคI – You – her
Underlineเครื่องหมายสัญประกาศ หรือเครื่องหมายขีดเส้นใต้ Everyone knows that Hanoi is the capital of Vietnam.

3. ซับซ้อนในการใช้ไวยากรณ์ในการเขียนภาษาอังกฤษ

ในระหว่างการเขียน ผู้เรียนมักจะผิดตอนที่ใช้ไวยากรณ์ แต่ความพลาดนี้สามารถแก้ไขได้โดยการจดจำสูตรการใช้ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ

4. ไม่สนใจการนับคำ และไม่มีประเด็นอะไรที่ชัดเจน

การนับคำนี้คือการกำหนดความยาวของบทความผู้เรียนมักจะเจอบ่อยในบทสอบภาษาอังกฤษ แต่หลายคนมักจะไม่ใส่ใจสำหรับการกำหนดความยาว ไม่รู้ว่าเรื่องที่เราเขียนยาวไป หรือสั้นไปจะทำให้คุณโดนหักคะแนนเพราะไม่ตามข้อกำหนดของงาน และชิ้นงานที่มีคุณภาพขึ้นอยู่กับเนื้อหาของงาน งานเขียนจึงต้องมีประเด็นชัดเจน อธิบายอย่างละเอียด ให้คนอ่านเข้าใจว่าจะสื่อถึงอะไร

X3English แนะนำวิธีหลีกเลียงการเขียนภาษาอังกฤษผิด
ความพลาดในการเขียนที่เจอบ่อยกับวิธีการแก้ไข

วิธีการเขียนภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง

เรียนรู้ไวยากรณ์ระดับพื้นฐานไว้ก่อน

ไม่ว่าคุณจะเขียนอะไรก็ ตามคุณต้องรู้หลักการใช้ไวยากรณ์ระดับพื้นฐานไว้ก่อนเพราะเมื่ออยากแสดงความคิดเห็นหรือเล่าเรื่องในชีวิตประจำวัน ให้ลองฝึกเขียนเป็นประโยค ดูว่าอันไหน subject อันไหนเป็น predicate หรือ object ประโยคนั้น ๆ ใช้ tenses อะไรที่ถูกต้อง ควรทราบไว้ถึงจะเขียนได้ดี

ยกตัวอย่างกับ 19 โครงสร้างประโยคมักจะเจอบ่อยในทั้งการเขียนภาษาอังกฤษ และการพูดภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนควรรู้เอาไว้ ดังนี้

1. S + V+ too + adj/adv + (for someone) + to do something 

2. S + V + so + adj/ adv + that +S + V 

3. S + V + adj/ adv + enough + (for someone) + to do something

4. S + be + Adj

5. S + be + Adv

6. V (+ O)

7. V (+ O) + Adv

8. Have/ get + something + done (VpII)

9. It + takes/took + someone + amount of time + to do something 

10. To prefer + Noun/ V-ing + to + N/ V-ing. (จะใช้เมื่อผู้เรียนเขียนภาษาอังกฤษเพื่อแสดงว่าเราชอบอะไรมากกว่ากัน)

11. Used to + V (infinitive) 

12. To be/get tired of + N/V-ing 

13. Would like/ want/wish + to do something 

14. Advise someone to do something (จะใช้เมื่อผู้เรียนเขียนภาษาอังกฤษเพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่งคำแนะนำ)

15. Except for/ apart from 

16. To be afraid of (จะใช้เมื่อผู้เรียนเขียนภาษาอังกฤษเพื่อแสดงว่ากำลังกลัวเรื่องอะไรสักอย่าง)

17. To remember doing smt

18. Pay attention to sb/st/doing st

19. To apologize for doing smt

เพื่อจดจำไวยากรณ์ได้ดีคุณควรเอามาใช้บ่อยและ ขยันอ่านหนังสือ หรืออ่านหนังสือพิมพ์ นิยาย บล็อก เพราะตอนที่เราฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเราก็จะรู้ว่าในแต่ละกรณีหรือในประโยคแบบไหน มักจะใช้ไวยากรณ์อย่างไรให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณแสดงความคิดเห็นของคุณอย่างชัดเจนและคล่องแคล่ว

คุณอาจต้องการที่จะเห็น:  แจกฟรี วิธีเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ

ขยันเก็บตกคําศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ และเอามาใช้บ่อย

แน่นอนว่าถ้าอยากเขียนได้เขียนดีคุณต้องมีคําศัพท์ภาษาอังกฤษที่เพียงพอเพื่อแสดงสิ่งที่คุณอยากเขียน แต่ละวันคุณแค่ใช้ประมาณ 15-20 นาทีเพื่อเรียนศัพท์ใหม่แล้วตั้งประโยคกับศัพท์นั้น เรียนศัพท์ตามแต่ละหัวข้อ ไม่ว่าจะเห็นหัวข้อที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน หัวข้อการทำงาน ไปจนถึงหัวข้อยาก ๆ เพื่อมีคลังศัพท์มากมายตอนเขียนเป็นบทความ อย่าเรียนศัพท์อย่างเดียวควรเรียนเป็นกลุ่ม และเป็นประโยคเพื่อจะจำได้นาน

คุณสามารถฝึกเขียนภาษาอังกฤษ เพียงแค่ตั้งหัวข้อง่ายๆ สักสองถึงสามประโยคไปก่อน เขียนลงเฟซบุ๊กหรือพื้นที่บนโซเชียลแล้วฝากเพื่อน ๆ ที่เก่งภาษาอังกฤษช่วยอ่านและคอมเม้นว่าถูกหรือผิดตรงไหน เขียนไปเขียนมาสักสองรอบ รับรองคุณจะจำได้นาน ไม่เขียนผิดอีกต่อไป

ในภาษาอังกฤษมีเหล่าสำนวน และคำคมที่มีความหมายดี ๆ ที่กล่าวถึงเกี่ยวกับทั้งการเดินทาง ความรัก การทำงานและชีวิตทั่ว ๆ ไปที่คุณสามารถลองฝึกเขียนตามให้ชิน รับรองตอนลง Status เท่แน่ๆ

ฝึกเขียนภาษาอังกฤษกับเว็บไซต์ชื่อดัง
ผู้เรียนจำเป็นต้องใช้เวลาให้มากขึ้นสำหรับการฝึกเขียนภาษาอังกฤษ

เลือกแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือสำหรับการอ่าน และใช้เวลาสำหรับการอ่านให้มากขึ้น

การอ่านมีความสำคัญอย่างมากกับทักษะการเขียน ดังนั้นถ้าคุณยิ่งอยากเขียนให้ดี เขียนให้เก่งก็ยิ่งต้องใช้เวลาสำหรับการอ่านให้มากขึ้น เลือกที่นั่งอ่านหนังสือในที่สงบเพื่อให้การอ่านง่ายขึ้น และเลือกเวลาอ่านในตอนเช้าที่มักจะเป็นเวลาที่ดีหรือก่อนนอนเพื่อการนอนหลับสบาย ผ่อนคลายขึ้น นอกจากนั้นคุณก็ต้องเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับการอ่าน เช่น 8 เว็บไซต์สำหรับการอ่านที่ได้ผู้เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองหลายๆ คนที่รู้จักดังนี้

  • English Online เว็บไซต์รวบรวมบทความน่าอ่าน เกี่ยวกับเรื่องหลากหลายมากมายในชีวิตรอบข้างตัวเราเอง ในแต่ละบทความจะมาพร้อมหมวดคำศัพท์และแปลความหมาย ช่วยให้ผู้เรียนฝึกได้ทั้งทักษะการอ่านและจดจำศัพท์ได้ง่าย ๆ ขึ้น
  • BITS English Language Learning แหล่งรวมนิยายออนไลน์ที่มาพร้อมเสียง Audio และ บทสรุปข่าวสั้น ๆ ช่วยฝึกผู้เรียนให้ได้ทั้งสองทักษะการฟังและการอ่านในในที่เดียว ผู้เรียนสามารถเลือกความเร็วของการอ่านตามความสามารถของตัวเอง ช่วยผู้เรียนวิเคราะห์เองได้ว่าทักษะการอ่านของตัวเองได้พัฒนาถึงระดับไหนได้ด้วย
  • Short Stories ฟังจากชื่อเว็บเราก็รู้ว่าเว็บนี้เกี่ยวกับอะไรแล้วใช่ไหม เป็นเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับผู้เรียนชอบการอ่านนิยาย หรือเรื่องยาวเกี่ยวกับทั้งเรื่องสนุก เรื่องโรแมนติคเร้าใจ ผู้เรียนที่เข้าเว็บนี้ยังสามารถเล่นเกมจำศัพท์ที่น่าสนใจได้ด้วย 

ยังมีอีกหลากหลายเว็บไซต์ที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง และฝึกทักษะการเขียนแบบฟรี ๆ ที่น่าเชื่อถือ ให้ผู้เรียนได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด และสมัยนี้ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ก็มีแหล่งข้อมูลมากมายให้ผู้เรียนได้เลือกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างประสิทธิผลที่ดีมากยิ่งขึ้น

ใช้เวลามากขึ้นสำหรับการเขียนภาษาอังกฤษ

ถ้าคุณอยากเขียนได้ดี ผิดพลาดน้อยแต่ไม่ขยันเขียนหรือใช้เวลาสำหรับการเรียนไม่เพียงพอ อย่างน้อยวันละเขียนได้หนึ่งหัวข้อคุณก็ไม่เก่งขึ้นแน่นอน คุณควรเลือกหัวข้อที่ชื่นชอบก่อนเพื่อจะเขียน หรือเริ่มเขียนกับหัวข้อที่ง่าย ๆ ที่มักจะคุ้ยเคยกับชีวิตประจำวันของเรา มันจะทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อง่าย

เช่นเดียวกันกับภาษาไทยบ้านเรา สำหรับภาษาอังกฤษก็มีพวกสำนวนภาษาอังกฤษที่มีความหมายเพราะ น่าฟัง น่ารู้ ผู้เรียนสามารถค้นหาเพิ่มเติมเพื่อฝึกเขียนและอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง นอกจากนั้น ผู้เรียนที่อยากเขียนภาษาอังกฤษเก่ง ก็ต้องปรับเปลี่ยนหัวข้อบ่อย ๆ เพื่อฝึกทักษะการเขียนของตัวเอง และจดจำศัพท์ได้อย่างยั่งยืน

ก่อนเขียนภาษาอังกฤษต้องรู้อย่างชัดเจนว่าคุณจะเขียนเกี่ยวกับหัวข้ออะไร จะเขียนอะไร เขียนเกี่ยวกับใคร หลังจากนั้นก็วิเคราะห์เองว่าประเด็นหลักๆ ที่ต้องการมีในบทความเขียนของคุณคืออะไร หลังจากนั้นก็กำหนดโครงสร้างไวยากรณ์ที่จะใช้ ว่าแบบไหนถูกต้องและเหมาะสม หลังจากเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องอ่านเช็กอีกสักรอบ สองรอบ แชร์ให้เพื่อนๆ และฝากเพื่อนเช็กให้ด้วย เพื่อจะรู้ว่าเขียนถูกหรือผิดอย่างไร เพื่อการแก้ไขให้ได้งานบทความที่สมบูรณ์มากที่สุด

อยากเขียนภาษาอังกฤษก็ต้องอ่านเก่ง จริงไหม ?

ถ้าผู้เรียนใช้เวลาให้เพียงพอสำหรับการฝึกอ่าน รู้วิธีการอ่านที่ถูกต้อง เลือกหนังสือที่จะอ่านให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณทั้งเปิดความรู้ให้กว้างมากขึ้นและทราบวิธีการใช้คำที่ถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจโครงสร้างประโยค จะทำให้ตอนที่เขียน สามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่จะสื่ออกมาได้อย่างถูกจุดและถูกต้องที่สุดX3English ได้เสนอกับผู้เรียนทุกคนวิธีการแก้ปัญหาเรื่องเขียนภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนมักจะเจอบ่อย หวังว่าจะมีผลประโยชน์ต่อผู้เรียนมากขึ้น และเราเชื่อว่าคุณทำได้แน่นอนถ้าคุณตั้งใจเรียน และใช้เวลาเพียงพอเพื่อจะเรียนได้อย่างครบถ้วนในในทุกทักษะ และสามารถนำไปใช้ได้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *