เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ไม่ควรพลาด ช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ครบทั้ง 4 ทักษะ

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะอยากพูดให้ได้  ฟังให้เป็น อ่านให้คล่อง หรือจะเขียนให้ถูก ฝึกเป็นแล้วไม่ต้องกลัวเมื่อคุยกับชาวต่างชาติ  รับประกันว่าสามารถสื่อสารขั้นพื้นฐานได้อย่างแน่นอน สามารถนำไป
ต่อยอดสร้างโอกาสได้อย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้เป็นไปได้จากการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้อย่างถูกทาง

ข้อดีของการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง?

  • การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง สามารถเลือกเวลาเรียนได้ตามสะดวกผู้เรียน โดยผู้เรียนจะเลือกได้ว่าจะเรียนเวลาไหน จะเรียนอะไร แบบไหน ก็จัดสรรได้ด้วยตัวเอง ไม่กระทบต่อกิจกรรมประจำ
  • เมื่อสามารถจัดสรรเวลาได้ก็จะประหยัดเวลาได้มากขึ้น ลดเวลาการเดินทางไปเรียนตามสถาบันต่าง ๆ มีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกเพียบ
  • สามารถเรียนไปพร้อมกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ เช่นทำอาหาร ออกกำลังกาย หรือกิจวัตรปประจำวันต่าง ๆ ที่ทำเป็นประจำ
  • การเรียนรู้ด้วยตัวเองทำให้สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ไวขึ้น มีเวลาได้ค้นคว้าและทบทวนว่าชอบอะไร แบบไหน เมื่อค้นพบก็ช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนได้มากขึ้นด้วย
  • เรียนภาษาอังกฤษฟรีนี่คืออีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถค้นคว้าหาแหล่งการศึกษาที่ดี ๆ ได้เพียบในโลกออนไลน์

ยังมีข้อดีของการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอีกมากมาย เพียงจัดสรรเวลา วางแผนวิธีการเรียนให้เหมาะสม ก็สามารถรับความรู้ได้ครบทุกทักษะ และหากคุณเองกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนได้ไหม ? จะเรียนอย่างไรให้ได้ผลจริง เรามีเคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษฟรี แต่ได้ผลจริงมาฝาก

 “How to” เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ได้เก่งทั้ง สี่ ทักษะ?!

บางคนอาจจะ มีความกังวลเมื่อเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ เพราะกลัวไปเองว่าจะเจอปัญหาและทำให้ท้อแท้ได้ง่าย ๆ แต่ถ้าคุณรู้หลักการ “How to” เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ก็จะสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างง่าย และครบในทุกทักษะ ก็จะเห็นว่าภาษาอังกฤษก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

วิธีการพัฒนาทักษะการฟัง

  1. ฝึกด้วยการดูภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศแบบไม่มีซับไตเติ้ล โดยวิธีนี้จะเป็นการฝึกทักษะการฟังที่ได้ผลจริง โดยการฝึกด้วยการดูนั้นมีเรื่องของการดูด้วยภาพที่จะช่วยให้เข้าใจต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ในระหว่างการรับชมเมื่อเจอคำศัพท์ทีน่าสนใจ ให้ทำการจดบันทึกเอาไว้เพื่อนำไปหาความหมายจะเป็นการฝึกทักษะไปด้วยอีกทาง
  2. การฝึกด้วยการฟังเพลงสากล เลือกฟังตามแนวเพลงที่ชอบเมื่อเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ในบทเพลงจะช่วยในเรื่องของการฝึกสำเนียง คำศัพท์ และรูปประโยคด้วย ที่สำคัญการฝึกแบบนี้จะให้ความผ่อนคลายและไม่เบื่อที่จะเรียน
  3. การเรียนผ่านเว็บไซต์ โดยในปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่น่าเชื่อถือมากมายที่ให้ผู้ใช้ได้เข้าถึง และเรียนฟรีแบบไม่ต้องเสียเงิน มีรูปแบบการเรียนที่หลากหลาย และครอบคลุมให้เลือก ที่จะช่วยพัฒนาทักษะของผู้เรียนได้ครบในทุกด้าน โดยการเรียนแบบออนไลน์ให้ความสะดวกมาก เพราะจะเลือกเรียนเมื่อไหร่ เวลาไหน รูปแบบใดก็ได้ตามแต่ผู้เรียนต้องการ
  4. การฝึกจับใจความด้วย Keyword เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้างการจดจำได้ดี เพราะเราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ในทุกความหมายของประโยค เพียงแค่รู้ศัพท์สำคัญ และบริบทของเนื้อหาเรื่องที่รับฟัง ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจและลดระยะเวลาในการตีความหมายได้ดีขึ้น ดังนั้นคำศัพท์พื้นฐานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองลองทำแบบทดสอบ สามารถหาได้ตามอินเทอร์เน็ต ฝึกลองทำทุกวัน เริ่มจากวิธีการง่าย ๆ เช่นการฟังบทพูด แล้วลองเติมคำในช่องว่างที่หายไปเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ หรือลองหาคำตอบว่าในเรื่องราวที่ฟังนั้นมีบทสรุปว่าอย่างไร การฝึกทำแบบทดสอบจะช่วยทบทวนความจำ และเน้นย้ำคำศัพท์ เป็นวิธีที่ได้ผลมากสำหรับการเรียน ภาษา อังกฤษ

จริงปะเนี่ย! ขั้นตอนฝึกฟังภาษาอังกฤษให้ก้าวกระโดด >>> อ่านเพิ่มเติมที่นี่

วิธีการพัฒนาทักษะการพูด

  1. ฝึกพูดภาษาอังกฤษตามบทภาพยนตร์ ข่าว หรือตัวอย่างบทสนทนาต่าง ๆ ฝึกออกเสียคำศัพท์ให้ถูกต้อง และลองใช้สำเนียงให้เป็น อาจจะลองฝึกกับตัวเองหน้ากระจกหรือกับเพื่อที่เรียนด้วยกัน หมั่นทำให้เป็นนิสัย ใช้เวลาวันละประมาณ 20-30 นาทีต่อวันก็เพียงพอแล้ว
  2. จดคำศัพท์เอาไว้ที่โน้ตเตือน เมื่อหันมาเจอก็จะผ่านตาและสร้างการจดจำได้ดี และศัพท์ต่าง ๆ เรานี้จะช่วยคุณได้เมื่อได้เมื่อเกิดการสื่อสาร นำศัพท์ในคลังที่จดจำไว้มาประยุกต์ใช้ในการสนทนาเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการพูดของคุณ เเละเป็น เคล็ดลับง่าย ๆ เมื่อคุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
  3. ฝึกการพูดให้บ่อย ลองหัดสนทนากับคนใกล้ตัว หรือลองหาเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ หาโอกาสในการสื่อสาร โดยเริ่มจากการพูดถึงเรื่องทั่ว ๆ ไป หยิบยกเรื่องใกล้ตัวมาพูดและค่อย ๆ พัฒนาไปทีละระดับด้วยการเปิดหัวข้อสนทนาที่กว้างขวางมากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อกัน สร้างการเรียนรู้รอบตัวให้กว้างขึ้นไปอีกระดับ
  4. มีความมั่นใจ และอย่าอายว่าจะพูดผิด ข้อนี้สำคัญมาก ผู้เรียนต้องเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองก่อน อย่าได้กังวลว่าสิ่งที่ทำลงไปจะสร้างความขบขันและบั่นทอนความมั่นใจอะไร แค่คุณกล้าก็เท่ากับว่าได้ก้าวเข้าไปอีกขั้น และอย่าอายหากไม่รู้ศัพท์หรือพูดไม่ถูกต้องเมื่อได้ลองสื่อสารแล้ว จงกล้าที่จะถามหาคำตอบที่ถูกจากผู้อื่น และฝึกการจดจำเพื่อนำไปพัฒนาต่อไป

ถ้าคุณยังไม่มั่นใจกับการใช้ภาษาอังกฤษของตัวเอง อย่าพลาดกับเทคนิคเด็ดสำหรับฝึกพูดภาษาอังกฤษดังนี้ <<<

วิธีการพัฒนาทักษะการอ่าน

  1. เริ่มต้นอ่านจากแบบการฝึกการอ่านง่าย ๆ เช่น นิทาน บทความ เรื่องสั้น หรือคอลัมน์เล็ก ๆ ในหน้านิตยสารต่าง ๆ แรกเริ่มลองฝึกอ่านออกเสียงก่อน แล้วค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นการฝึกอ่านในใจ ช่วงเริ่มต้นลองฝึกการอ่านควบคู่ไปกับการฟังเสียงด้วยก็ได้ มีแบบฝึกอ่านมากมายในเว็บไซต์ที่ให้คุณอ่านตามพร้อมกับฟังบทพูดไปด้วย เมื่อพบคำไหนที่ไม่เข้าใจความหมายให้โน้ตเอาไว้หรือลองฝึกทายคำดู เพื่อช่วยสร้างการจดจำและช่วยให้เข้าใจเรื่องราวที่อ่านได้ดีขึ้น
  2. มีเว็บไซต์มากมายที่จะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาทักษะการอ่าน ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเนื้อหาที่สนใจได้เพื่อให้การอ่านดูสนุกและไม่น่าเบื่อ ไม่ว่าจะเป็น
    • Listopia (Goodreads) พบกับหนังสือน่าอ่านมากมาย ที่ผู้เรียนคนอื่นได้ร่วมแบ่งปันเอาไว้ที่นี่
    • Your Next Read หากไม่รู้ว่าจะอ่านอะไรต่อ เว็บนี้จะจดจำประวัติการอ่านคุณจากเว็บไซต์ก่อนหน้า และนำมาสร้างรายการการอ่านที่เหมาะสำหรับคุณให้เอง
    • Jellybooks ก่อนจะเลือกซื้อหนังสือใหม่ ๆ ที่น่าสนใจสักเล่ม เว็บนี้จะให้คุณได้ทดลองอ่านหนังสือเหล่านั้น เพื่อช่วยประกอบในการตัดสินใจซื้อของคุณ
    • Whichbook เว็บไซต์ที่ครอบคลุมในทุกเนื้อหาที่น่าสนใจให้คุณได้เลือกได้อย่างไม่จำกัด มีครบทุกรูปแบบ ทั้งสุข เศร้า ดราม่า สยองขวัญ ตื่นเต้น จรรโลงใจ เลือกดูได้ที่เว็บนี้

3. ฝึกการอ่านด้วยความใจเย็น ไม่เร่งรีบ ซึมซับเนื้อหาของเรื่องราวที่อ่านเพื่อสร้างความเข้าในใจในคำศัพท์ต่าง ๆ ออกเสียงให้ถูกต้อง เว้นวรรคให้เป็น อ่านเสร็จก็ลองมาเขียนสรุปย่อ หรืออ่านทวนซ้ำอีกครั้งเพื่อทบทวนเนื้อหา หรือหาคำตอบในจุดที่ไม่คลี่คลาย และลองทำบททดสอบดูควบคู่ไปด้วย ที่หลายเว็บจะมีเตรียมไว้ให้เพื่อสรุปว่าผู้เรียนสามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ดีหรือไม่ และเข้าใจอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเรารู้ระดับความสามารถของตัวเองแล้วก็จะช่วยให้เราได้รู้ว่าจากนี้ไปจะเริ่มพัฒนาอย่างไรต่อไปได้ถูกต้องและได้ผลดีสำหรับเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

วิธีการพัฒนาทักษะการเขียน

1. ฝึกการเขียนจากการจดบันทึกในรูปแบบไดอารี่สั้น ๆ พยายามหมั่นใช้หลักแกรมม่าพื้นฐานและเลือกใช้ศัพท์ที่จดจำได้มากที่สุด เพราะว่ามันจะมีประโยชน์อะไรหากคุณรู้ศัพท์มากมายแต่นำมาใช้สร้างประโยคและเรื่องราวไม่เป็น หัดเขียนให้อยู่ที่ประมาณ 300-400 คำต่อ 1 บทหรือ 1 เรื่องราว โดยหยิบยกเรื่องที่เจอมาในแต่ละวันมาถ่ายทอดเป็นบทความสั้น ๆ ตัวอย่างเช่น

“Everyday morning, I get up at 6:30. After brushing my teeth and washing my face, I usually have breakfast at 7:00 a.m. I go to work by bus and arrive at about 7:30 a.m. I usually start my work at 7:35 a.m. I stop at 11:45 a.m for lunch in my office.
In the afternoon, I finish my work at 5:30 p.m, then I go home. I always spend my time cooking dinner for my small family and we usually have dinner at 7:30 p.m. After dinner, we often watch TV and play with our son and go to bed at 11:00 pm. On weekends, I usually go out with my family or friends.”

คำแปล
“ในทุก ๆ เช้าของแต่ละวัน ฉันตื่นนอนเวลา 6:30 น. หลังจากล้างหน้าแปรงฟัน ฉันก็มาทานอาหารเช้าต่อในเวลา 7:00 นาฬิกา ฉันไปทำงานโดยรถบัส ถึงออฟฟิศประมาณ 7:30 น. เริ่มงานในเวลา 7.35 น. หยุดพักอีกทีตอน 11:45 สำหรับมื้อเที่ยงในที่ทำงาน 
ในช่วงเวลาบ่ายฉันเลิกงาน 17:30 และกลับบ้าน ฉันมักจะใช้เวลาทำอาหารเย็นให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของฉัน พวกเราทานอาหารด้วยกันในเวลา 19:30 น. หลักอาหารเย็นพวกเรามานั่งดูทีวี และเล่นด้วยกันกับลูกชายเป็นประจำ และเข้านอนในเวลา 23:00 โดยในวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันจะได้ออกไปเที่ยวข้างนอกกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ”
ฝึกการเขียนเรื่องราวด้วยหัวข้อที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ที่ไม่ใช่เพียงการเขียนบันทึกเรื่องราวที่พบเจอ อาจจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง พูดถึงงานอดิเรก ผู้คนที่เกี่ยวข้อง เรื่องราวประทับใจในอดีต หรือเป้าหมายในอนาคต ลองถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมาอย่างน้อยวันละ 1 บทความ เพราะนี่คือวิธีการฝึกทักษะการเขียนที่ได้ผลจริง เเละก็เป็นวิธีที่ดีถ้าคุณอยากเก่ง เเละบรรลุเป้าหมายของ เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

2. อีกหนึ่งไอเดียที่ดี คือการฝึกเขียนโต้ตอบในโลกออนไลน์ เป็นวิธีการปฏิบัติที่ง่าย ๆ ในพื้นที่โซเชียลของตัวเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในโพสต์ที่น่าสนใจ หรือลงเรื่องราวสั้น ๆ ด้วยภาษาอังกฤษสำหรับโพสต์ของตัวเอง หรือการลงรูปภาพสวย ๆ พร้อมเขียนคำอธิบายที่เรียกว่า Caption ด้วยถ้อยคำข้อความเท่ ๆ ซึ่งอยู่ที่ไหนก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ตามสะดวกเรา
3. เรียนรู้คำศัพท์ใหม่อย่างน้อยวันละ 5-10 คำด้วยการจดบันทึกและลองสร้างประโยค ช่วยสร้างการจดจำที่ได้ผล
4. แลกเปลี่ยนความรู้ และขอคำแนะนำจากคนรู้จักคนสนิทที่มีความรู้ความเข้าใจในภาษาอังกฤษที่ดี ให้ช่วยตรวจทานและคอมเม้นต์หากพบประโยคหรือคำที่ผิด หากอยากเก่งภาษาอังกฤษ จงอย่าอายเมื่อเขียนผิดและอย่ากลัวที่จะถามคำที่ถูก
5. มีเกมในมากมายที่เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ให้คุณได้โหลดมาเล่นฟรี ๆ ที่จะช่วยให้คุณสนุกไปกับการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น เกมทายความหมายคำศัพท์ เกมทดสอบความจำ เกมหาคำที่ซ่อน เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น

  • Draw Something Free เกมที่จะให้ผู้เข้าเล่นได้วาดภาพและให้ผู้เล่นคนอื่นทายว่าภาพนั้นคืออะไร
  • Word Ninja เกมฝีมือคนไทย นำเสนอในรูปแบบโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษบนสมาร์ทโฟนและแท็ปแล็ต
  • Wordament เกมค้นหาศัพท์ภาษาอังกฤษที่ช่วยให้คุณได้เจอศัพท์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจในทุกวัน




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *