ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ

ความผิดพลาดในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเป็นสิ่งที่หลายคนสนใจ และไม่ว่าใคร ๆ ก็รู้ความสำคัญของภาษาอังกฤษ ในสมัยนี้ ไม่ว่าจะในการเรียนหรือในการทำงาน หากเราใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเราจะมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น แต่หากในขณะเรียนมักจะพบผู้เรียนที่มีปัญหาทั้งในทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน แต่ไม่รู้ว่าควรทำยังไง แก้ไขได้อย่างไรทำให้การเรียนใช้เวลาไปนานแต่ไม่มีผล

วันนี้ X3englishจะเผยเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณในการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ดีขึ้น ลดปัญหาในการเรียน และคุณจะได้รู้ว่า การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิดอีกต่อไป

1.เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่ใช้เวลายังไม่เพียงพอ

ส่วนใหญ่ผู้เรียนจะเจอปัญหาคือจัดเวลาเรียนยังไม่เพียงพอสำหรับการเรียน เพราะการเรียนรู้ภาษาใดภาษาหนึ่งเป็นเรื่องที่ต้องการใช้เวลา ถ้ารีบ เราก็จะไม่ได้ผลที่คาดหวัง หรือถ้าเราจะใช้เวลายังไม่เพียงพอ จัดเวลาเรียนไม่ดี เราก็จะเสียเวลามากมายสำหรับการเรียน

สำหรับภาษาอังกฤษถ้าอยากสื่อสารได้ในระดับพื้นฐานพอเข้าใจและโต้ตอบได้เราควรมีความรู้เรื่องเรื่องคำศัพท์ประมาณ 1500 คำศัพท์ สำหรับเวลาเรียนอย่างน้อยต้องการ 3 ขัวโมงต่อวัน เพื่อเรียนรู้ได้ครบทั้งสี่ทักษะคือ ฟัง- พูด -อ่าน-เขียน 

สำหรับแต่ละทักษะก็ต้องใช้เวลาสมควร ถ้าคุณใช้ 3 ชั่วโมงเพื่อฟังอย่างเดียวคุณก็จะรู้สึกเบื่อ หรือเหนื่อย เช่นเดียวกับการฝึกทักษะอื่น ๆ การเรียนที่ได้ผลดีที่สุดทั้งสี่ทักษะคือแบ่งเวลาให้เหมาะสมและพยายามปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณกำลังฝึกฟังคุณ ให้หมั่นฝึกจดจำศัพท์ใหม่ และตั้งประโยค ออกเสียงตามคำศัพท์หรือประโยค์ที่ฟัง จากนั้นลองงเทียบสิ่งที่จดไว้ หลังจากการฟังบทความกับ Script เพื่อดูว่าตัวเองเข้าใจมากน้อยขนาดไหน เพื่อพัฒนาทั้งทักษะการเขียน การอ่าน และการพูดไปด้วย 

2.ไม่มีแผนการเรียนชัดเจนในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

เมื่อคุณทำอะไรสักอย่างก็ต้องมีแผน หรือตั้งเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนก่อน เพราะทำเรื่องอะไรก็ตามบางที่เราก็จะเจออุปสรรคต่างๆ ถ้าเราไม่มีเป้าหมาย เราจะท้อแท้ง่าย การเรียนภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน เพราะไม่ใช่ภาษาแม่ จะเป็นภาษาที่สองหรือที่สามที่เราเรียนรู้ เราอาจจะเจอปัญหาในการออกเสียง หรือไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นจากไหนดี ถ้าเราวางแผนว่าเราจะเก่งภายในสามเดือนหรือหกเดือนคุณก็จะมีแรงบันดาลใจในการเรียนให้มากขึ้น จากนั้นจะมีการสร้างสรรค์และอยากค้นคว้า กระตือรือร้นกับการเรียน ไม่มีความรู้สึกท้อแท้ ท้อถอย หรืออยากยกเลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองทุกคนทำได้
X3english เผยเคล็ดคลับในการเรียนภาษาอังกฤษ

สำหรับผู้เรียนเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองที่มีการตั้งเป้าหมายในการเรียน มีการสร้างเเผนการเรียนอย่างชัดเจนเขาจะรู้เลยว่าในหนึ่งวันเราจะต้องใช้กี่ชั่วโมงสำหรับการเรียน เเละจะรู้เลยว่าตอนไหนคือเวลาที่ดีเพื่อลองสมัครสอบเพื่อวัดระดับการใช้ภาษาอังฤษของตัวเองดีที่สุด ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรคุณก็ต้องมีเเผนชัดเจน เเละเพียงแค่มีความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นั่นเท่ากับว่าคุณได้ทำสำเร็จไปแล้ว 50%

3. เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่เลือกวิธีการเรียนที่ยังไม่เหมาะสม

แต่ละคนก็จะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันดังนั้นถ้าเราใช้วิธีการเรียนเดียวให้ใช้สำหรับทุกคนมันก็จะไม่เหมาะสม และผลการเรียนที่ออกมาอาจจะไม่ได้เหมือนที่เราคาดหวัง ดังนั้นเพื่อลดเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง และเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนเราควรค้นหาวิธีการเรียนให้เหมาะสมกับตัวเองไปก่อน คุณสามารถเลือกวิธีการเรียนภาษาอังกฤษเช่นเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือเลือกการเรียนออนไลน์ในเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษ เพราะประหยัดเวลา ไม่ต้องไปไหนเรียนได้ที่บ้าน แค่มีโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถเรียนได้แล้ว หรือพยายามพูดคุยสื่อสารกับชาวต่างชาติให้มากขึ้น ฯลฯ

4.  เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่ขาดความคิดสร้างสรรในการเรียน

ไม่ว่าจะเรียนหรือจะทำงานอะไรก็ตาม ถ้าเราสร้างสรรค์ มุ่งมั่น ตั้งใจในเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้เราก็จะสำเร็จได้ด้วยดี สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษเราจะมีหลายวีธีการเรียนสร้างสรรค์ ที่ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ อย่างเช่น การเรียนศัพท์ใหม่ผ่านการดูหนัง การเรียนทักษะการพูดผ่านการเลียนแบบตามไอดอล หรือนักร้องคนใดคนหนึ่งที่คุณชอบสำเนียงของเขาหรือคุณสามารถจดจำศัพท์ใหม่ได้โดยการเรียนรู้ผ่านบัตรคำศัพท์

5. เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่ขาดความสงสัยในระหว่างการเรียนรู้

ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองถ้าคุณเจอปัญหา เช่น ไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์ ไวยากรณ์ต่างๆ วิธีการใช้ประโยคอย่างไรให้ถูกต้อง แต่เราไม่กล้าที่จะถาม ไม่กล้าบอกความสงสัยของตัวเอง จะทำให้การเรียนลำบากมากขึ้น ไม่เข้าใจและนำไปใช้ปฏิบัติจริงไม่ได้ ทำให้การเรียนมีแต่เสียเวลาไปเปล่าๆ เคล็ดลับสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้ผลเร็วและดีคือ เราต้องกล้าที่สงสัย มั่นใจที่จะกล้าถาม ต้องค้นคววาด้วยตัวเองด้วย ถึงจะได้ผลออกมาดี

ถ้าอยากเก่ง นอกจากเราต้องชอบและรักในการเรียนแล้ว ให้ใช้เวลาเรียนทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเรียนตอนกำลังทำกับข้าว เรียนตอนออกกำลังกาย หรือเรียนตอนนั่งรถถึงที่ทำงาน ฯลฯ หากมีความสร้างสรรค์และมีแผนการเรียนชัดเจนเราจะสำเร็จได้แน่นอน 

ทั้งคือความผิดพลาดในการเรียนภาษาอังกฤษทำให้คุณเรียนได้ไม่ถึงเป้า รวบรวมข้อมูลมากจากผู้เรียนหลายคนเคยเจอ X3english จะแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาให้คุณ เพื่อสนับสนุนการเรียนที่ถูกต้องและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดดังต่อไปนี้

ความผิดพลาดในการฝึกทักษะการฟังและวิธีการแก้ไขปัญหา

– เลือกบทเรียนที่เกินความสามารถ: ปัญหานี้มักจะเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะผู้เรียนที่ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษของตัวเองอยู่ในระดับไหน และเมื่อมีความคิดว่าอยากจะเก่งให้รวมเร็วและทันใจ ก็เลือกแบบเรียนที่ยาวและยากไป โดยทำให้เรียนไปแต่ไม่เข้าใจ กลายเป็นความรู้สึกเหนื่อย เบื่อหน่าย และท้อแท้เอาง่าย ๆ

– การที่ฝึกฟังแต่เลือกบทความที่ยากไปสำหรับความสามารถของตนเองทำให้ คุณท้อแท้ได้ง่าย ดังนั้นผู้เรียนจำเป็นต้องทราบว่าตัวเองใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับไหนแล้วเลือกเนื้อหาบทฟังให้เหมาะสม สำหรับคนที่อยู่ระดับพื้นฐานควรเลือกฟังบทความสั้น ๆ ใช้การออกเสียงชัดเจน ความเร็วอย่างเหมาะสม ฟังบทความที่มีเนื้อหาคุ้นเคยที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันก่อน เมื่อทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้นคุณก็ลองฝึกฟังกับบทความที่มีเนื้อหายาวขึ้น ปรับความเร็วให้เหมาะสมและออกเสียงตามสิ่งที่ได้ฟัง จะดีกับทั้งทักษะการฟังและพูดของคุณ

– เลือกแหล่งข้อมูลการฟังไม่ดี : ตอนที่เราอยากฝึกทักษะการฟัง เราต้องหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและผู้เรียนหลายคนชื่นชอบเพราะถ้าเราเลือกบทฟังจากแหล่งที่ไม่ดีพอ น้ำเสียงของเราจะไม่ถูกต้อง และไม่สามารถจับความหมายของบทความที่เรียนได้ ทำให้การเรียนไม่ประสบผลตามเป้าหมาย

X3english จะแนะนำให้คุณแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้คุณในการฝึกทักษะการฟังดี ที่หลายคนเชื่อถือและไว้วางใจ ช่วยคุณในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองดังนี้

– เว็บไซต์ ESL-Lab: เป็นเว็บไซต์ฝึกทักษะการฟังเหมาะสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคน ตั้งแต่ระดับ ง่าย ปานกลาง จนถึงระดับยาก 

  • ระดับ Easy: Listening for high-beginning ESL students.
  • ระดับ Intermediate: For intermediate-level ESL learners.
  • ระดับ Difficult: For advanced-level ESL learners. ผู้เรียนสามารถลองเลือกระดับที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อฝึกฟังและวัดได้ว่ามีพัฒนาการไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว

– เว็บไซต์ elllo : เหมาะสำหรับผู้เรียนที่ชอบแบบฝึกฟังเป็นแบบบทสนทนาสั้นๆ พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อที่หลากหลาย ระดับ 1 – 7 คือตั้งแต่ Low Beginner จนถึง Advance
– เว็บไซต์ 5-Minute English : เป็นเว็บไซต์พร้อมบทฝึกฟังและมี Script ให้ผู้เรียนสามารถเช็กได้ว่าเราฟังได้มากน้อยขนาดไหน ทายความหมายได้กี่เปอร์เซนต์ และดูพัฒนาการของตัวเองได้

– เว็บไซต์ New Fiction : เป็นเว็บไซต์ที่มีบทฝึกฟังแบบ Audio Books ใช้สำเนียงของชาวอเมริกันและวิธีการจัดเว็บไซต์ที่ดูง่าย บทฟังน่าสนใจดึงดูดให้ผู้เรียนเข้ามาฝึกหัดทุกวัน

– ใช้เวลาการฟังยังไม่พียงพอ: สำหรับคนที่กำลังฝึกฟังควรใช้เวลาวันละอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อทำให้การฟังไม่เหน็ดเหนื่อยมากไป ผู้เรียนต้องมีความสร้างสรรค์ในการฝึกฟัง เช่น ถ้าฟังบทความแล้วรู้สึกเบื่อ เราสามารถฟังเพลงหรือดูหนังแบบไม่ต้องดูซับก็ได้ เพื่อฝึกฟังสำเนียงของชาวต่างชาติและทายความหมายของบทฝึกฟังได้ดี ไม่เครียดมากตอนฟัง และถ้าเพิ่งเริ่มฝึกฟัง ควรเลือกบทฟังที่มีเนื้อหาง่ายๆ ออกเสียงชัดเจนและปรับความเร็วให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย

จัดเวลาเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองทุกวัน
ถ้าอยากเก่งทั้งสี่ทักษะเราต้องเเบ่งเวลาเรียนให้เหมาะสมเเต่ละวัน 

ดูเพิ่มเติม >> เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ไม่ควรพลาด ช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ครบทั้ง 4 ทักษะ

ความผิดพลาดในการฝึกทักษะการพูดและวิธีการแก้ไขปัญหา

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่กลัวที่จะพูด: ขาดความมั่นใจในตนเองเมื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ กลัวว่าเราออกเสียงผิด หรือพูดผิดไวยากรณ์คนอื่นจะหัวเราะทำให้ยิ่งอับอาย ทำให้ทักษะการพูดยิ่งไม่สามารถพัฒนาได้

ไม่มีใครที่เก่งตั้งแต่ตอนเกิดมา อยากเก่งอะไรก็ต้องฝึก ไม่ต้องอายเมื่อเกิดความสงสัยในการเรียน และสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองคือต้องกล้าพูด กล้าที่จะหาเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ หรือกล้าที่จะชวนเพื่อนมาคุยกัน เกี่ยวกับหัวข้อที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงหัวข้อที่ยากกว่านี้เพื่อฝึกไปเรื่อย ๆ ยิ่งขยันพูด ฝึกพูดภาษาอังกฤษ บ่อย ๆ ไม่นานการเรียนจะได้ผลแน่นอน

อย่ากลัวผิด! การฝึกพูดภาษาอังกฤษไม่ยากอย่างที่คุณคิด X3english เผย 10 วิธีสุดเจ๋ง กับเคล็ดลับฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ดังนี้ >>> ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

เน้นไวยากรณ์มากไปทำให้การพูดไม่ธรรมชาติ : คุณรู้ไหมถ้าอยากสื่อสารได้พอในระดับหนึ่งเราต้องการประมาณ 1500 คำศัพท์ พยายามที่จะฝึกพูดบ่อย อย่าเน้นเรื่องพูดถูกหรือผิดไวยากรณ์มากไป เพราะตอนที่เราพูดเราสามารถใช้ได้ทั้งภาษากายและสายตา ใช้ศัพท์ที่ถูกต้องก็สามารถสื่อสารได้แล้วประมาณ 70-80% รับรองชาวต่างชาติเขาเข้าใจสิ่งที่พูดแน่นอน

– ผู้เรียนหลายคนอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นเเต่ ไม่ขยันในการเก็บคำศัพท์ใหม่ : ไม่จำเป็นต้องพูดถูกต้องเรื่องไวยากรณ์ทั้งหมด แต่ถ้าไม่ขยันเรียนคำศัพท์ใหม่คุณจะไม่สามารถพูดได้แน่ ดังนั้นคุณต้องค้นหาศำศัพท์และเรียนรู้ตามแต่ละหัวข้อ เริ่มจากหัวข้อที่ใช้บ่อยเพื่อช่วยให้คุณจดตำศัพท์ได้เร็วและง่ายขึ้น เรียนศัพท์ใหม่ต้องเรียนทั้งคำตรงข้ามกับศำศัพท์นั้น หรือว่า ฝึกหัดตั้งประโยคด้วยศัพท์ใหม่เพื่อจดจำได้นาน และเรียนรู้ว่าศัพท์เหล่านั้นมักจะใช้ในกรณีไหนด้วย

ความผิดพลาดในการฝึกทักษะการอ่านและวิธีการแก้ไขปัญหา

– เมื่อคุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่ไม่ตั้งสมาธิในเวลาการเรียน: สำหรับวิธีการอ่านถ้าเราอยากพัฒนาเราก็ต้องใช้เวลาให้เหมาะสม เลือกหนังสือหรือข้อมูลที่น่าสนใจ เลือกสถานที่ชืนชอบ ไม่มีเสียงดัง หรือคนวุ่นวายจะทำให้คุณตั้งใจในการนั่งอ่านได้มากขึ้น ความพลาดที่ผู้เรียนหลายคนมักจะเจอในการเรียนภาษาอังกฤษคือขี้เกียจอ่าน หรือใช้เวลาไม่มากพอสำหรับการอ่าน อีกอย่าง แม้เรียนไปนานแต่พัฒนาไม่ได้ ก็ทำให้การเรียนที่ผ่านมาเปล่าประโยชน์

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองไม่ยากอย่างที่คิด
เลือกวิธีการเรียนให้เหมาะสมกับตัวเองช่วยคุณเรียนเร็วขึ้น

ไม่ตั้งคำถามหลังจากอ่านบทความจบ : ส่วนใหญ่ผู้เรียนมักจะมองผ่านเรื่องตั้งคำถามหลังจากอ่านบทความเพราะคิดว่าไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องทำ แต่จริงแล้ววิธีนี้จะทำให้เราจับใจเนื้อหาหลักของบทความได้ง่ายขึ้น เข้าใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญ

เมื่อเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองคุณลองตั้งคำถามให้ตัวเองก่อนที่จะอ่านบทความ ยกอย่างเช่น

  • บทความที่อ่านพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร?
  • อะไรเป็นใจความสำคัญในบทความนี้ที่นักเขียนพูดถึง ?
  • มีอะไรที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุดในบทความนี้ การตั้งคำถามประมาณนั้นจะทำให้คุณอ่านบทความใดบทความหนึ่งอย่างตั้งใจว่าเนื้อหาหลักที่เราจะต้องการมุ่งเน้นคืออะไร?

นอกจากนั้น X3 ขอรีวิวสั้นๆ ให้ผู้เรียนที่กำลังสนใจการพัฒนาทักษะการอ่านที่ชื่อดัง น่าเชื่อถือดังนี้

Listopia (Goodreads): รวบรวมหนังสือเกือบครบทุกประเภทตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับ ความรัก ประวัติศาสต์  หนังสือชีวประวัติ ที่คุสามารถเข้าอ่านออนไลน์ได้แบบฟรี ๆ

Your Next Read: เป็นแหล่งข้อมูลได้ผู้เรียนที่ชอบอ่านหลายคนชืนชอบเพราะคุณสามารถค้นหาหนังสือที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ กับหนังสือที่เพิ่งอ่านมาก่อนหน้านั้น เป็นการแนะนำที่ดีช่วยให้ผู้อ่านประหยัดเวลาในการค้นหาหนังสือตามแนวที่ตัวเองชอบ

Jellybooks: สามารถอ่านเนื้อหาคราว ๆ ของหนังสือแต่ละเล่มที่คุณสนใจหรือเรียกว่าอ่านบท sample ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้น

Whichbook :  เป็นแหล่งข้อมูลที่รวบรวมหนังสือทั้งหลายและมีการแนะนำหนังสือที่น่าอ่านตามความชื่นชอบของผู้อ่านด้วย เป็นเว็บไซต์ที่จัดแนวใหม่น่าเข้ามาอ่านและค้นหาข้อมูลโดยเฉพราะคนที่กำลังอยากฝึกทักษะการอ่านด้วยตัวเอง

ความผิดพลาดในการฝึกทักษะการเขียนและวิธีการแก้ไขปัญหา

– ผู้เรียนอยากเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง เเต่ไม่ขยันในการหาหัวข้อหลากหลายเพื่อเขียน : ถ้าคุณเป็นคนที่คิดว่าทักษะการอ่านไม่ค่อยสำคัญคุณจะเห็นว่าตัวเองคิดผิดตอนลองลงมือเขียนอะไรสักอย่างเป็นภาษาอังกฤษแน่นอน เพราะสำหรับคนที่ชอบการอ่าน ขยันอ่าน ขยันเก็บตกคำศัพท์ใหม่เขาสามารถเขียนได้ถูกไวยากรณ์และใช้คำศัพท์ที่ธรรชาติกว่าคนที่ไม่ค่อยอ่านและมีคลังคำศัพท์ยังไม่เพียงพอในการใช้งาน

– เขียนแค่หัวข้อเดียว : สำหรับการเรียนรู้เราต้องหาสิ่งที่สร้างสรรและท้าทายมาเรียน การเขียนก็เช่นนั้น ถ้าคุณอยากฝึกทักษะการเขียนแต่เขียนไปเขียนมาในหัวข้อเดียวกัน ไม่ค่อยลองค้นคว้า หรือลองเขียนในหัวข้อใหม่ ๆ เพราะกลัวผิด เลยจะทำให้ทักษะการเขียนของตัวเองอยู่ในระดับเดิม คุณลองดูวิธีการเขียนเรื่องง่าย ๆ เช่นแนะนำตัวเอง แนะนำเกี่ยวกับห้องเรียน แนะนำเกี่ยวกับครอบครัว หรือลองเขียนเมลหาเพื่อน เขียนเมลสมัครงาน เป็นต้น เพราะถ้าในชีวิตจริงเราน่าจะต้องใช้การเขียนเกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้บ่อย

 เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเเต่ไม่เข้าใจไวยากรณ์พื้นฐาน: ถ้าอยากเขียนได้ คุณควรทราบไวยากรณ์พื้นฐานให้แน่ก่อน ลองเขียนตั้งแค่ประโยคสั้นๆ ก่อนที่จะเขียนเป็นตอนยาว และลองเขียนเกี่ยวกับหลายหัวข้อเพื่อทราบว่าตัวเองยังต้องการพัฒนาอะไรบ้าง กำลังขาดอะไรอยู่เพื่อเสริมสร้างให้ดีขึ้น สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษด้วยต้นเองถ้าเราไม่ค้นคว้า ไม่เกิดความสงสัย หรือกระตือรอร้นในการเรียน เราจะเก่งไม่ได้ จะไม่มีวันก้าวกระโดดในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน เรื่องเรียนภาษาเป็นเรื่องที่ต้องการใช้เวลาอยู่แล้ว ถ้าเราอยากรีบมากก็จะช่วยเราแก้ปัญหาหรือเรียนเก่งไม่ได้ การเรียนต้องการวางแผนให้ดีๆ เลือกวิธีการเรียนให้เหมาะสมเพื่อการเรียนจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

ก็เหมือนตอนที่เราฝึกทักษะการอ่าน เราก็ต้องตั้งคำถามก่อนที่เราจะเขียนคือเราจะเขียนเรื่องอะไร ประเด็นไหนที่คุณคิดว่าสำคัญและขาดไม่ได้ในบทความนี้ บทความใช้ไวยากรณ์แบบไหนสุดท้ายอย่าลืมอ่านและเช็กคำผิด ถ้าฝึกแบบนี้บ่อยรับรองการเขียนของคุณจะดีขึ้นแน่นอนแต่ละคนก็จะมีเหมาะกับวิธีการเรียนที่ไม่เหมือนกันเนื้อหาข้างบนดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่งที่ทางเว็บไซต์การเรียนการสอนภาษาาอังกฤษ X3english แนะนำให้คุณสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง และเชื่อว่าถ้าคุณขยันและมีความมั่นใจเข้าตัวเองคุณจะทำได้อย่างแน่นอน และอย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อรับข้อมูลดี ๆ ในการเรียนการสอนภาษาาอังกฤษ พร้อมโปรโมชั่นใหม่ ๆ ช่วยคุณในการเรียนรู้อย่างเต็มที่มีแผนการเรียนที่ชัดเจนเหมาะสำหรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง

ไม่พลาดกับบทความนี้: [How to] เรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานอย่างเฉลียวฉลาด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *